NIDA ALIGNMENT 2026 เชื่อมพลังเครือข่าย Executive MBA เปิดมุมมองเศรษฐกิจ-ธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้นำ
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นักศึกษา Executive MBA รุ่นที่ 37 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จัดงาน NIDA ALIGNMENT 2026 ภายใต้แนวคิด “Connect • Inspire • Transform” ที่ห้อง Crystal Hall ชั้น 3 โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok โดยมีคณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา Executive MBA จากหลากหลายรุ่น ผู้บริหารภาคธุรกิจ และแขกผู้มีเกียรติ กว่า 200 ท่าน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และภาวะผู้นำ ตลอดจนสร้างและต่อยอดเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก Executive MBA อย่างยั่งยืน
NIDA Alignment เป็นกิจกรรมที่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันร่วมกันสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ ศิษย์เก่า และนักศึกษา ซึ่งนำไปสู่การต่อยอดเครือข่ายและความร่วมมือในระยะยาว โดยในปีนี้ได้ถ่ายทอดแนวคิดของงานผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Connect การเชื่อมโยงพลังของผู้คนจากหลากหลายเจเนอเรชั่น, Inspire การจุดประกายความคิดและแรงบันดาลใจ และ Transform การเปลี่ยนพลังความคิดและองค์ความรู้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วิพุธ อ่องสกุล ผู้อำนวยการโครงการ Executive MBA เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณาจารย์ ผู้แทนสมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ และผู้แทนจาก Executive MBA หลากหลายรุ่น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายในครั้งนี้
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ ปาฐกถาพิเศษจาก ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในหัวข้อ “The Current Era of Thailand’s Economy: เศรษฐกิจไทยในยุคปัจจุบันและมองสู่อนาคต” ซึ่งนำเสนอภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ความท้าทายเชิงโครงสร้าง ตลอดจนโอกาสสำคัญที่จะมีบทบาทต่อการเติบโตของประเทศในระยะต่อไป
เนื้อหาสะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาภาคบริการเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราการขยายตัวโดยรวมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค พร้อมทั้งต้องเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลกจาก Globalization ไปสู่ภาวะ Geopolitical Fragmentation ความไม่แน่นอนและความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือน ตลอดจนปรากฏการณ์ Thailand’s Two-Speed Economy ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของการเติบโตระหว่างภาคเศรษฐกิจและกลุ่มประชากร
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีโอกาสจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยข้อมูลที่นำเสนอภายในงานระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 21% และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อนหน้า รวมถึงการขยายตัวของการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสะท้อนโอกาสในการสร้าง New Engines of Growth ให้กับประเทศในอนาคต
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การประยุกต์ใช้ Artificial Intelligence (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพในภาคโครงสร้างพื้นฐาน ภาคการผลิต ธุรกิจ และการตลาด ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจรูปแบบเดิม ไปสู่เศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม ระบบนิเวศการลงทุน ทุนมนุษย์ ประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
งานยังได้รับเกียรติจากคุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ร่วมถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “Crafting A Vision and Plan for Change” โดยนำเสนอแนวคิดตั้งแต่การทำความเข้าใจ Global Megatrends การเปลี่ยนวิสัยทัศน์ไปสู่การลงมือปฏิบัติ (From Vision to Execution) ไปจนถึงบทบาทของ Visionary Leadership ในการนำองค์กรท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในมิติของ Global Megatrends เนื้อหาได้ชี้ให้เห็น 4 แนวโน้มสำคัญ ได้แก่ Human-Machine Hybrid Era การผสานศักยภาพของมนุษย์เข้ากับ AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี, Shift in World Order การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกและการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์, Sustainability & Climate Crisis ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน และ Demographic Shift การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งกำลังผลักดันโลกเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันและความไม่แน่นอน (Age of Competition and Uncertainty)
สำหรับประเทศไทย การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำเป็นต้องดำเนินการผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การเสริมประสิทธิภาพด้านนโยบายและการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมสำหรับอนาคต การยกระดับบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่มูลค่าโลก และการพัฒนาทุนมนุษย์และศักยภาพของกำลังคน ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านจาก Old Economy ไปสู่ New Economy ที่ขับเคลื่อนด้วย Digital, Green, Innovation และ Knowledge
ในส่วนของการเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ คุณจรีพรได้นำเสนอกรอบกลยุทธ์ของ WHA Group ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงอนาคตให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร โดยพิจารณาทั้ง Megatrends ภาวะเศรษฐกิจมหภาค พลวัตอุตสาหกรรม ความต้องการของลูกค้า ศักยภาพองค์กร ความแข็งแกร่งทางการเงิน การแข่งขัน และการบริหารความเสี่ยง ก่อนกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ Extend Leadership, Embrace Technology, Highlight Green Commitment และ Power Up Organization เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวและอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน แนวคิดด้าน Visionary Leadership สะท้อนผ่านหลักคิดสำคัญ ได้แก่ Believe in Yourself, Can Do Attitude, Never Stop Learning และ Growth Mindset รวมถึงการ Think Big, Think Positive และ Think for the Future ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของผู้นำในการมองเห็นโอกาส ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า
สาระจากการบรรยายจึงเชื่อมโยงตั้งแต่การมองภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกและทิศทางเศรษฐกิจ การกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์องค์กร ไปจนถึงการสร้างภาวะผู้นำและความพร้อมของบุคลากร เพื่อเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและรองรับการเติบโตในอนาคต
ภายหลังการบรรยาย ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมรับฟังช่วง Key Takeaways & Q&A ซึ่งเชื่อมโยงมุมมองตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงการบริหารองค์กร ครอบคลุมทิศทางเศรษฐกิจในอีก 3–5 ปี บทบาทของทุนมนุษย์ต่อความสามารถในการแข่งขัน การเปลี่ยน Mindset และวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนคุณลักษณะของผู้นำแห่งอนาคตและแนวทางการพัฒนาผู้นำรุ่นต่อไป โดยมีคุณสุทิวัส หงส์พูนพิพัฒน์ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร สำนักข่าวไทย ช่อง 9 MCOT HD ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
นอกเหนือจากองค์ความรู้บนเวที NIDA ALIGNMENT 2026 ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรม Networking Dinner โดยมีศิษย์เก่าและนักศึกษา Executive MBA จากหลากหลายรุ่นเข้าร่วม สะท้อนบทบาทของ NIDA Alignment ในฐานะพื้นที่สำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ คณาจารย์ และสมาชิกเครือข่ายในการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน
อีกหนึ่งช่วงสำคัญ คือ พิธี Alignment Handover ซึ่งตัวแทน Executive MBA รุ่นที่ 37 ได้ส่งมอบการจัดงานให้แก่ Executive MBA รุ่นที่ 38 เพื่อสานต่อ NIDA Alignment ไปยังรุ่นถัดไป สะท้อนการส่งต่อความสัมพันธ์ ประสบการณ์ และความร่วมมือจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง
การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก ได้แก่ Bangchak Corporation, สมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจนิด้า, ELMO TECH, ห้าม้าโอสถ และ QVS Group รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่าและพันธมิตรรวมกว่า 37 ราย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมสนับสนุน NIDA ALIGNMENT 2026 ให้เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศภายในงานปิดท้ายด้วย AOF PONGSAK Special Concert พร้อมกิจกรรม Alumni Networking เติมเต็มสีสันและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน หลังจากตลอดทั้งวันได้ร่วมกันเชื่อมโยงเครือข่าย เปิดรับมุมมองใหม่ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม
NIDA ALIGNMENT 2026 “Connect • Inspire • Transform” จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการกลับมาพบปะระหว่างรุ่น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองใหม่ และต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนในอนาคต




