Net Zero: คำมั่นเดิม ในกฎใหม่ เกมใหม่
หลายองค์กรประกาศ Net Zero ไปแล้ว แต่มีคำถามหนึ่งที่เราอาจไม่ได้กลับไปถาม
‘วันที่เราให้คำมั่น โลกยังเหมือนวันนี้อยู่หรือเปล่า?’
คำถามนี้ติดอยู่ในหัวผม หลังจากได้ฟัง ดร.เหมือนจิต แจ่มศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด บรรยายเรื่อง Global Climate Order and Regulatory Landscape 2026 ในหลักสูตร Net Zero CEO รุ่น 3
ผมกลับมาคิดว่า Net Zero อาจเหมือนมาราธอนที่ยาวหลายสิบปี
เราประกาศเส้นชัยตั้งแต่วันออกตัว แต่ระหว่างทาง สนามเปลี่ยน กติกาเปลี่ยน คนดูเปลี่ยน และแม้แต่นักวิ่งก็เปลี่ยน
กฎหมาย เทคโนโลยี มาตรฐาน ราคาพลังงานและคาร์บอน รวมถึงความคาดหวังของนักลงทุน ลูกค้า และสังคม ล้วนเปลี่ยนได้
บางคนข้างสนามไม่ได้แค่ดู เขามีนกหวีด และบางคนมีใบแดง
ปี 2025 เพียงปีเดียว มีคดีเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศใหม่ทั่วโลก 249 คดี และยอดสะสมมากกว่า 3,600 คดีใน 62 ประเทศ ตามข้อมูลของ Grantham Research Institute, LSE
แน่นอน ไม่ใช่ทั้งหมดเป็นคดี Net Zero หรือคดีต่อบริษัท แต่ก็มากพอที่จะบอกว่า Climate Litigation ไม่ใช่เรื่องที่บอร์ดควรปล่อยให้ฝ่ายกฎหมายวิ่งคนเดียว
นักวิ่งก็เปลี่ยน มาราธอนนี้ยาวกว่าวาระของ CEO และกรรมการหลายชุด
คนประกาศเป้าหมาย คนลงทุน และคนพาองค์กรเข้าเส้นชัย ‘อาจไม่ใช่คนเดียวกัน’
โจทย์ของ Governance จึงไม่ใช่แค่วิ่งเร็วแค่ไหน แต่คือ ‘จะส่งไม้ต่ออย่างไร’ โดยไม่ทำคำมั่นหล่นหายระหว่างทาง
Scope 3 เหมือน PM2.5 ในสนาม
ลองนึกภาพว่า ระหว่างวิ่ง PM2.5 เริ่มปกคลุมสนาม ไม่มีนักวิ่งคนไหนควบคุมฝุ่นทั้งหมดได้ แต่ถ้าทุกคนบอกว่า ‘ไม่ใช่ฝุ่นของผม’ สุดท้ายทุกคนก็ต้องสูดอากาศเดียวกัน
Scope 3 ก็คล้ายกัน การปล่อยส่วนหนึ่งอยู่ใน Value Chain ตั้งแต่ Supplier การขนส่ง วัตถุดิบ ไปจนถึงลูกค้าและการใช้ผลิตภัณฑ์
เราไม่ได้ Control ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของ ‘คนอื่น’ เพราะธุรกิจเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น
บางเรื่องเราต้อง Control บางเรื่องต้อง Influence และบางเรื่องต้อง Collaborate… เพราะถ้าไม่มีใครจัดการ
ทุกคนในสนาม รวมถึงนักวิ่ง ก็อาจไปไม่ถึงเส้นชัย และมาราธอนนี้ต้องมีเงินวิ่ง
การเปลี่ยนผ่านต้องใช้เงินจริง เทคโนโลยีใหม่ พลังงานใหม่ Supply Chain ใหม่ และคนที่มีทักษะใหม่ ล้วนต้องใช้เงินลงทุน
องค์กรจึงต้องยังแข่งขันได้ สร้างกำไรและกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
โจทย์จึงไม่ใช่ Profit หรือ Planet แต่คือ ‘จะสร้าง Profit วันนี้อย่างไร เพื่อมีทุนพาองค์กรไปถึงเส้นชัยวันข้างหน้า’
3 คำถามสำหรับบอร์ด
1. Where exactly is our finish line?
เราให้คำมั่นอะไรไว้ และครอบคลุม Scope 1, 2, 3 แค่ไหน?
2. Has the course changed?
กฎหมาย เทคโนโลยี ต้นทุน ตลาด และ assumptions เปลี่ยนจากวันออกตัวอย่างไร?
3. Can we still finish the race?
เรามีคน เงินทุน กำไร และกระแสเงินสดเพียงพอไหม? อะไร Control อะไร Influence และอะไรต้อง Collaborate?
สุดท้ายแล้ว สนามเปลี่ยนได้ กติกาเปลี่ยนได้ นักวิ่งก็เปลี่ยนได้หลายชุด
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเปลี่ยน คือ ‘เหตุผลว่าเรากำลังวิ่งเพื่อใคร’
ลูกหลานของเราไม่ได้เป็นคนประกาศ Net Zero ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องบอร์ด และไม่ได้เลือก assumptions ของวันนี้ แต่เขาคือคนที่จะอยู่รับผลจากการตัดสินใจของเราในวันข้างหน้า
เราอาจเปลี่ยนนักวิ่งได้หลายชุด เปลี่ยนแผนได้หลายครั้ง แต่คนที่รออยู่ปลายทาง อาจไม่เคยมีโอกาสเลือกเลยว่า คนรุ่นเราจะวิ่งอย่างไร
ขอบคุณ ดร.เหมือนจิต แจ่มศิลป์ ที่ทำให้ผมกลับมาขบคิดเรื่องนี้ครับ
ภาพ: Shutterstock AI
ABOUT THE AUTHOR
กุลเวช เจนวัฒนวิทย์
กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)