สสส. ชูแนวคิดใหม่ ดึง “ภาคธุรกิจ” ร่วมสู้ NCDs ดันวัยทำงานสุขภาพดี

สสส. เปิดแนวคิดดึงภาคธุรกิจและกลไกการตลาดเข้ามามีส่วนร่วมสู้โรค NCDs พร้อมจับมือสถานประกอบการเร่งสร้างสุขภาพดีให้กลุ่มวัยทำงานตั้งแต่ก่อนป่วย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกับ 8 หน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดงานการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 (NCDH2026) “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ: การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประเทศไทยในการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ เกี่ยวกับปัจจัยทางธุรกิจและเชิงพาณิชย์ที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) และการประชุมระดับสากล โดยดึงภาคธุรกิจและกลไกตลาดเข้ามามีส่วนร่วมหลักในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่คนไทยป่วยติดเตียงเร็วและอายุสั้นลง เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีผลมาจากพฤติกรรมกินหวาน มัน เค็ม สูบบุหรี่ ดื่มสุรา และไม่ออกกำลังกาย หากปรับกลไกตลาดให้สนับสนุนธุรกิจส่งเสริมสุขภาพ พร้อมร่วมมือกับสถานประกอบการดูแลวัยทำงานตั้งแต่ก่อนป่วย จะช่วยให้ทั้งระบบเศรษฐกิจและสุขภาพเติบโตอย่างยั่งยืน

พญ.อายหลัน หลี (Dr. Ailan Li) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO) กล่าวว่า WHO ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือในการผลักดันประเด็นปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพในระดับโลก ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และกรอบแนวคิดเชิงนโยบาย โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อนำหลักฐานและประสบการณ์สากลมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย พร้อมถอดบทเรียนจากไทยสู่เวทีโลก เพื่อให้มาตรการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์ตั้งอยู่บนฐานความรู้และความร่วมมืออย่างแท้จริง

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า สุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานและดูแลครอบครัว ซึ่งปัจจุบันคนในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการมีอายุยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพดี สช. จึงใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพในการรวบรวมองค์ความรู้ทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน วิชาการ ภาครัฐ และท้องถิ่น เพื่อรวบรวมข้อเสนอเสนอต่อนโยบายสาธารณะ และขับเคลื่อนเป็นมาตรการระดับชาติต่อไป

การผลักดันกลไกครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงาน ลดความเสี่ยงโรค NCDs และช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสุขภาพของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน