รับมืออย่างไร? เมื่อโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาด - โรงพยาบาลศิครินทร์

รู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ NB.1.8.1 “นิมบัส” (Nimbus) เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน (Omicron) (ตระกูลลูกผสม JN.1 และ XBB ผ่าน XDV.1.5.1) จุดเด่นคือ ติดง่าย แพร่กระจายเชื้อรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม 1.5 – 2.5 เท่า หลบภูมิคุ้มกันเก่งขึ้น เเต่ความรุนแรงลดลงเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ก่อนหน้า

อัปเดตล่าสุด สถานการณ์โควิดในประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ยอดผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยสายพันธุ์หลักที่ระบาดอยู่ในขณะนี้คือ NB.1.8.1 ซึ่งพบว่า สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ง่ายและหลบภูมิคุ้มกันได้ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเจ็บคอแบบ “เจ็บแปลบ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการติดเชื้อ การรับมือกับสายพันธุ์นี้ไม่ได้แตกต่างจากมาตรฐานเดิม ยังคงเน้นการป้องกันโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเปราะบาง ต้องระวัง!

  • บุคคลทั่วไป ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี เน้นสุขอนามัยพื้นฐาน สวมหน้ากากเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด แออัด โรงพยาบาล หรือในอาคารที่มีการระบายอากาศไม่ดี และล้างมือเป็นประจำ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70%
  • บ้านที่มีกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่ม 608 (ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง, ผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป)  เด็กเล็ก และ ผู้สูงวัย สำหรับ คนที่ทำงานนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อกลับเข้าบ้าน หากมีอาการไอ/มีน้ำมูก และควรตรวจ Swab ATK ทันทีเมื่อสงสัยว่ามีความเสี่ยง เพราะหากกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ติดเชื้อ เชื้อมีโอกาสหลุดเข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจส่วนล่างและกระตุ้นให้ระบบอวัยวะภายในล้มเหลวได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

*การแยกกักตัว: หากมีอาการป่วยหรือผลตรวจ ATK เป็นบวก ควรแยกกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน

ขั้นตอนการ Swab ATK ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง

—-

สัญญาณเตือนอันตราย ที่ต้องระวัง! 

  • หายใจถี่ หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก
  • ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter) ต่ำกว่า 95%
  • ผู้สูงอายุมีอาการซึมลง สับสน หรือทานได้น้อยลง

อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด/แออัด ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้มีอาการระบบทางเดินหายใจ

สังเกตอาการไข้ ไอต่อเนื่อง เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว ให้ตรวจ ATK ทันที (หากวันแรกๆ ได้ผลลบ แต่ยังมีอาการ ให้ตรวจซ้ำในวันถัดไป เพราะปริมาณเชื้อในคอช่วงแรกอาจยังต่ำ) ในผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางมีความเสี่ยงสูงต้องรีบรับยาต้านไวรัสภายใน 5 วันหลังจากได้รับเชื้อ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง


อ้างอิงข้อมูลจาก: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี