MTS GOLD ชี้ทองโลกดิ่งแรงเกือบ 4% ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย-บอนด์ยีลด์พุ่ง


กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด หรือ MTS GOLD รายงานสถานการณ์ราคาทองคำประจำวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่า ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายอย่างหนักในวันจันทร์ โดยปรับตัวลดลงเกือบ 4% และทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 8 สัปดาห์บริเวณ 4,110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลงมากกว่า 2,000 บาทต่อบาททองคำ ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 65,400 บาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้เริ่มเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) โดยราคาทองคำตลาดโลกกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทองคำไทยรีบาวด์สู่ระดับ 65,800 บาท

โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนที่ว่าเฟดอาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยตลาดให้น้ำหนักประมาณ 70% ต่อโอกาสที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคมนี้ ประกอบกับการที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายยังคงสนับสนุนให้ใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเส้นอัตราผลตอบแทน โดยพันธบัตรอายุ 10 ปี แตะระดับ 5.25% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 พันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับ 5.57% สูงสุดตั้งแต่ปี 2004 และพันธบัตรอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 4.93% ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ดัชนีดอลลาร์ยังคงทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 101.24 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศเอาไว้ได้บางส่วน ส่วนราคาน้ำมันดิบแม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI อยู่บริเวณ 96.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent อยู่ที่ราว 103.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อยังคงไม่คลี่คลาย และสนับสนุนมุมมองที่ว่าเฟดอาจต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

ด้านกระแสเงินทุน (Fund Flow) กองทุน SPDR Gold Trust มีการซื้อทองคำเพิ่ม 4.28 ตัน ส่งผลให้ยอดการถือครองสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 1,058.83 ตัน ทำให้ภาพรวมในเดือนกันยายนเป็นการซื้อสุทธิ 16.49 ตัน อย่างไรก็ดี หากพิจารณานับตั้งแต่ต้นปีพบว่ากองทุน SPDR ยังคงอยู่ในสถานะขายสุทธิที่ 13.16 ตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายอย่างหนัก แต่ก็ยังมีแรงซื้อจากกองทุนเข้ามารองรับในบางส่วน

สำหรับมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำเริ่มมีสัญญาณ Technical Rebound หลังจากที่ปรับตัวลงแรง แต่โครงสร้างราคายังถือว่าอ่อนแอ เนื่องจากหลุดแนวรับ Fibonacci 61.8% บริเวณ 4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลงมาทดสอบ Fibonacci 78.6% บริเวณ 4,110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึงยังหลุดเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 วัน ทำให้ภาพรวมในระยะสั้นถึงระยะกลางยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง แม้ว่าเครื่องมือชี้วัดอย่าง RSI และ MACD ในกราฟรายชั่วโมงจะเริ่มส่งสัญญาณสนับสนุนการรีบาวด์ก็ตาม ทั้งนี้ หากราคาทองคำตลาดโลกหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจทำให้โครงสร้างระยะกลางถึงยาวอ่อนแอลงอย่างชัดเจน

MTS GOLD ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) โดยให้แนวรับไว้ที่ 4,100 และ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,200 และ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำในประเทศ มีแนวรับอยู่ที่ 65,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,500 บาท โดยมีแนวรับระยะกลางที่บริเวณ 63,700 บาท

Back to top button