MPJ กำไร Q2 พุ่งสถิติใหม่อานิสงส์ Trade War-ย้ายฐานผลิตดันวอลุ่มตู้คอนเทนเนอร์
นายไพรัต ภูฆัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน และ นางสาวชลธิชา ประดิษฐกุล ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ [MPJ] เปิดเผยว่า ผลงานไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีกำไรสุทธิ 51.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2% (YoY) และรายได้รวม 321.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% (YoY) ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 74.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% (YoY) และรายได้จากการให้บริการ 601.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% (YoY)
บริษัทฯ ประเมินแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีโอกาส เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศที่ยังขยายตัว โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการนำเข้าของไทยเพิ่มขึ้น 27.2% (YoY) การส่งออกเพิ่มขึ้น 9.6% (YoY) และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้น 5.6% (YoY)
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการลานตู้คอนเทนเนอร์ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 สามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาสในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น หนุนบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ที่ 1,264 ล้านบาท เติบโต 18% (YoY)
ขณะที่ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและ Supply Chain ทั่วโลก ที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเส้นทางการค้า กระจายฐานการผลิต และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินค้าคงคลัง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้า การบริหารตู้คอนเทนเนอร์ และบริการโลจิสติกส์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ โดยโครงการของ MPJ ซึ่งตั้งอยู่ใน Prime Location ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้นการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบการต่างชาติจะเพิ่มความต้องการพื้นที่สำหรับจัดเก็บ ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจให้บริการให้เช่าคลังสินค้า
ขณะที่ธุรกิจให้บริการด้านการบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าและส่งออกที่เพิ่มขึ้น ทั้งการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงการส่งออกสินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) ไปทั่วโลก และธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีโอกาสเติบโตตามปริมาณการนำเข้าและส่งออก เนื่องจากผู้ประกอบการที่ย้ายฐานการผลิตจำเป็นต้องใช้บริการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
MPJDC มีพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์โซนแหลมฉบังและลาดกระบังรวมกว่า 100 ไร่ รองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกได้ประมาณ 1 ล้าน TEUs ต่อปี และยังมี Capacity รองรับการเติบโตเพิ่มเติม และยังอยู่ระหว่างการขยายลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่แหลมฉบัง อีกประมาณ 28 ไร่ คาดเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2/70 ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพรองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ และการเติบโตของฐานลูกค้าในระยะยาว
MPJ วางงบลงทุนกว่า1,140 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 23 ปีข้างหน้า พร้อมยกระดับบริการโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมทุกมิติ และเดินหน้า สู่เป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่1,264 ล้านบาท เติบโต 18% ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางบกต่อเนื่อง กับท่าเรือ ตั้งเป้ารายได้ 525 ล้านบาท, ธุรกิจบริหารจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ 478 ล้านบาท เติบโต 39% (YoY), ธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 230 ล้านบาท เติบโต 28% (YoY) และ ธุรกิจให้เช่าคลังสินค้า ตั้งเป้ารายได้ 31 ล้านบาท
ทิศทางการย้ายฐานการผลิตและการเปลี่ยนแปลงของ Supply Chain โลก ถือเป็นโอกาส ของธุรกิจโลจิสติกส์ไทย โดย MPJ มีความพร้อมทั้งด้านทำเล ศักยภาพของลานตู้คอนเทนเนอร์ คลังสินค้า และบริการขนส่งครบวงจร ทำให้สามารถรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากการนำเข้า-ส่งออกและการลงทุนใน EEC พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว