ส่องพลัง ‘โล–บุ๊ค–ซากิ’ เวที MIQ 2026 เปลี่ยนเสียงนางงามสู่ 'สิทธิขั้นพื้นฐาน'

บนเวทีการประกวดที่เดินทางมาอย่างยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ แสงสปอตไลต์ของ Miss International Queen 2026 ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ฉายความงามอันเจิดจรัสของผู้หญิงข้ามเพศจากทั่วโลก แต่คือพื้นที่แห่งการสะท้อนตัวตน ส่งเสียงเรียกร้องความเท่าเทียม และตอกย้ำคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ไม่ควรมีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

บทสนทนาแบบเปิดอกกับ 3 ผู้ครองตำแหน่ง นำโดย โล โคลบี (Lo Colby) สาวข้ามเพศโปรไฟล์ผู้บริหารเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา เจ้าของมงกุฎ Miss International Queen 2026, บุ๊ค-ธีรชยา พิมพ์กิติเดช นักเขียนและบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ ตัวแทนประเทศไทยผู้คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และ ซากิ อิวาอิ (Saki Iwai) นักศึกษาสาขาวรรณคดีญี่ปุ่น วัย 23 ปี รองชนะเลิศอันดับสอง ได้ฉายภาพพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ สู่การขับเคลื่อนสังคมในมิติต่างๆ ควบคู่ไปกับมุมมองอบอุ่น เรียบง่าย และชวนอมยิ้ม

  • เวทีแห่งการเติบโต

สำหรับทั้ง 3 คน การก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกแห่งนี้มีความหมายและเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง
โล โคลบี ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้ามงกุฎสองปีซ้อนให้กับประเทศของเธอ กล่าวถึงชัยชนะครั้งนี้ว่า

“ชัยชนะครั้งนี้เป็นมากกว่ามงกุฎหรือช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ แต่มันคือหน้าที่และความรับผิดชอบที่ฉันได้รับในการเดินหน้าสนับสนุนและเป็นกระบอกเสียง เพื่อความเท่าเทียมของทุกคนในสังคม การเดินทาง 20 ปีของเวทีนี้ได้ขยายพื้นที่จากการสร้างการมองเห็น ไปสู่การสร้างโอกาสและทำให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของผู้หญิงข้ามเพศ”

ขณะที่ บุ๊ค-ธีรชยา ผู้ต่อสู้บนเส้นทางนางงามมาถึง 8 ปี และประกวดถึง 4 รอบกว่าจะได้เป็นตัวแทนประเทศ เผยความรู้สึกด้วยความภาคภูมิใจว่า เวทีแห่งนี้คือ “พื้นที่ปลอดภัย” ตั้งแต่วัยเด็ก “วันนี้เราไม่ได้มาสู้เพื่อตัวเองคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เราสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเสียงของทรานส์เจนเดอร์ที่ยังคงดิ้นรนกับปัญหาในชีวิต เพื่อให้ทุกคนได้พบพื้นที่ปลอดภัยในหัวใจของตัวเอง”

ด้านสาวน้อยจากแดนอาทิตย์อุทัย ซากิ อิวาอิ นิยามเส้นทางของเธอสั้นๆ ด้วยคำว่า ‘Learning’ หรือการเรียนรู้

“ฉันได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อนๆ ทรานส์เจนเดอร์จากกว่า 26 ประเทศ และได้เห็นว่ารุ่นพี่ในอดีตอย่าง ไอ ฮารุนะ (Ai Haruna) เติบโตและสร้างผลกระทบต่อสังคมญี่ปุ่นผ่านเวทีนี้อย่างไร มันคือแรงบันดาลใจที่ส่งต่อมาถึงรุ่นของฉัน”

  • ความเท่าเทียมที่จับต้องได้

เมื่อเปิดประเด็นถึงความท้าทายและความไม่เท่าเทียมที่กลุ่มคนข้ามเพศยังต้องเผชิญ ทั้งสามสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการไม่ถูกตัดสินจากปก

“โล โคลบี” ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านการตลาดในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 3,000 คน เล่าถึงแรงกดดันที่เธอต้องแบกรับ

“การเป็นทรานส์เจนเดอร์ในบทบาทผู้นำ ทำให้เรามักรู้สึกว่าต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นอยู่เสมอเพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เรามักกลัวว่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ถูกเพ่งเล็งหรือถูกแทนที่ ฉันอยากเห็นพื้นที่ทำงานที่ตัดสินคนจากทักษะและผลงาน ไม่ใช่ตัดสินหนังสือจากหน้าปก และอยากผลักดันความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิงข้ามเพศทั่วโลก”

สิทธิทางกฎหมายและ ‘ฮอร์โมน’ สิทธิขั้นพื้นฐานของชีวิต

บุ๊ค ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างกฎหมายกับการปฏิบัติจริงในสังคมไทย

“ปัญหาเรื่องคำนำหน้านามและสิทธิในเรือนร่างยังคงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเข้าถึงฮอร์โมน แม้จะมีข้อกฎหมายหรือความพยายามเปิดกว้างขึ้น แต่ในความเป็นจริงฮอร์โมนยังไม่ได้ถูกจ่ายให้อย่างทั่วถึง นี่ไม่ใช่การขอสิทธิพิเศษ แต่ฮอร์โมนคือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิต หากร่างกายขาดสมดุลฮอร์โมน มนุษย์ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้”

ระบบประกันสุขภาพที่ไม่ทอดทิ้งใคร

ซากิ เสริมภาพสะท้อนจากประเทศญี่ปุ่นว่า ระบบประกันสุขภาพในบ้านเกิดยังไม่ครอบคลุมการใช้ฮอร์โมนอย่างทั่วถึง

“ในญี่ปุ่น การใช้ฮอร์โมนจะได้รับความคุ้มครองจากประกันก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับการผ่าตัดยืนยันเพศ ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีงบประมาณจำกัดเข้าถึงได้ยาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลักดันให้การดูแลด้วยฮอร์โมนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่ว่าใครจะผ่าตัดแปลงเพศหรือไม่ ก็ควรเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย”

  • รื้อถอน ‘Beauty Standard’

ประเด็นมาตรฐานความงาม (Beauty Standard) มักผูกติดกับเวทีนางงามเสมอ แต่ทั้งสามกลับมองเห็นความงามที่กว้างไกลกว่ารูปร่างหน้าตาภายนอก

ซากิ ได้นิยามความงามไว้อย่างลึกซึ้งว่า ความงามควรมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบหรือประดิษฐ์ขึ้นตามภาพบนหน้าจอเสมอไป แม้แต่คนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน หรือคนที่ยังมีเค้าโครงเดิมหลงเหลืออยู่ นั่นก็คือเสน่ห์และความงามตามธรรมชาติของมนุษย์

ด้าน บุ๊ค ในฐานะอดีตบรรณาธิการนิตยสารความงาม เติมเต็มมุมมองนี้อย่างติดดินและเห็นภาพชัดเจนว่า

“ความงามในรูปแบบของตัวเองคือ ถ้าวันนี้เพิ่งตื่นนอนมา ส่องกระจกแล้วรู้สึกมีความสุขกับตา จมูก และเรือนร่างของตัวเอง นั่นคือจบแล้ว มาตรฐานภายนอกอาจไม่ได้หายไปไหน แต่มันจะไม่สามารถทำอะไรจิตใจเราได้เลย”

รักตัวเองให้เป็น กอดอดีตให้อบอุ่น และฮีลใจฉบับสายชิล

เมื่อพูดถึงแนวคิดเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-love) ท่ามกลางกระแสการตัดสินและคอมเมนต์ด้านลบบนโลกออนไลน์ คำตอบของพวกเธอสะท้อนทั้งความเข้มแข็งและมุมผ่อนคลายที่น่าเอ็นดู

ซากิ เผยความคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า คนที่เราต้องรักมากที่สุดคือตัวเอง เพราะต่อให้เราจะเกลียดตัวเองแค่ไหน ตัวเราก็ยังคงยืนอยู่ข้างๆ เราเสมอ และเมื่อถูกถามถึงอดีต ซากิ เล่าอย่างอบอุ่นหัวใจว่า เวลาที่เธอเห็นบัตรประชาชนใบเก่าหรือภาพถ่ายสมัยเด็ก เธอไม่เคยรู้สึกรังเกียจหรืออยากลบเลือน แต่กลับรู้สึกรักและขอบคุณ “เด็กผู้ชายคนนั้น” ที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันเลี้ยงดูมา เพราะเด็กคนนั้นคือส่วนสำคัญที่ทำให้เธอเติบโตมาเป็นเธอในวันนี้

ส่วนวิธีการรับมือกับคอมเมนต์แย่ๆ ซากิ สารภาพตรงๆ พร้อมเสียงหัวเราะว่า อ่านภาษาอื่นไม่ค่อยออก แต่ถ้าสัมผัสได้ถึงพลังงานลบ วิธีจัดการคือถอยออกมา “ไปนอนนวดสบายๆ แล้วไปกินไอศกรีมอร่อยๆ” ก็ช่วยให้หัวใจกลับมาสดใสได้แล้ว

ขณะที่ บุ๊ค ย้ำเตือนสติชาวโซเชียลว่า เบื้องหลังหน้าจอทุกคนคือมนุษย์ที่มีหัวใจเหมือนกัน พร้อมฝากข้อคิดประจำตัวที่ฟังแล้วทั้งเด็ดเดี่ยวและชวนยิ้มตาม:

“อย่าเอาปลายทางของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับจุดเริ่มต้นของเรา จงใช้ชีวิตให้เต็มที่ มีความสุขกับตัวเองในทุกวัน และรักตัวเองให้มากๆ ค่ะ… เพราะบุ๊คมีคนเดียวในโลก”

พลังขับเคลื่อนสังคม

ก้าวต่อไปของผู้หญิงทั้งสามคนไม่ใช่การหยุดอยู่แค่ตำแหน่งหรือชื่อเสียง แต่คือการลงมือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

โล โคลบี ตั้งเป้าหมายใช้ตำแหน่งผลักดันเรื่อง ‘โอกาสทางเศรษฐกิจ’ เพื่อให้ผู้หญิงข้ามเพศสามารถก้าวสู่งานที่มีคุณค่า ตำแหน่งผู้นำ และมีอิสรภาพทางการเงิน “ฉันอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนกล้าเดินไปเคาะประตูทุกบาน แม้ระหว่างทางอาจมีประตูที่ปิดใส่เรา แต่ถ้าเราไม่หยุดก้าว วันหนึ่งจะมีประตูที่เปิดต้อนรับ และเมื่อวันนั้นมาถึง จงนั่งลงอย่างมั่นใจ เพราะคุณคู่ควรที่จะอยู่ตรงนั้น”

บุ๊ค-ธีรชยา เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ ‘Beauty, Fully’ ร่วมมือกับองค์กรและสถาบันสุขภาพจิต เพื่อผลักดันให้สังคมมองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ควบคู่กับการดูแลสุขภาวะทางใจ

“บุ๊คอยากให้ทุกคนมองเห็นภาพของบุ๊คเป็นตัวแทนของ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่คอยย้ำเตือนว่า โลกแห่งความเท่าเทียมจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราเริ่มจากการเชื่อมั่นในตัวเองและเคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่น”

ซากิ อิวาอิ มุ่งหวังที่จะเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างสังคมกระแสหลักกับชุมชนคนข้ามเพศในญี่ปุ่น

“ฉันอยากเห็นสังคมในอนาคตที่คำว่า ‘ทรานส์เจนเดอร์’ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ทุกคนไม่จำเป็นต้องออกมาป่าวประกาศหรือใช้อัตลักษณ์นี้เป็นป้ายกำกับตัวเองอีกต่อไป แต่ทุกคนได้รับการยอมรับและเคารพในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างเท่าเทียมกัน”

เสียงสะท้อนจากเวที Miss International Queen 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำของผู้ชนะการประกวดนางงาม แต่คือภาพสะท้อนของการต่อสู้ เจตจำนงในการมีชีวิต และความหวังที่จะเปลี่ยนผ่านสังคมไปสู่พื้นที่ที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจในแบบฉบับของตัวเอง