รัฐบาลจับมือ Microsoft ปั้นทักษะ AI เชื่อมการศึกษา-ยกระดับแรงงานไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ต.ค.69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลร่วมกับ Microsoft และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ “Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand” เพื่อยกระดับทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับประชาชนไทยตั้งแต่นักเรียน ครู นักศึกษาอาชีวศึกษา บัณฑิตจบใหม่ ผู้หางาน ไปจนถึงแรงงานที่ต้องการพัฒนาหรือเปลี่ยนสายอาชีพ
โครงการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 ณ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน พร้อมผู้บริหาร Microsoft และพันธมิตรจากหลายภาคส่วน
Microsoft ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกจากทั้งหมด 19 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวโมเดลภาคีความร่วมมือระดับชาติ “Microsoft Elevate AI and Jobs” เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษา การพัฒนาทักษะ และความต้องการของตลาดแรงงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ แต่ต้องทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ห่างไกล นักเรียนอาชีวศึกษา ผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษา และแรงงานที่ต้องพัฒนาทักษะใหม่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับการพัฒนาทักษะ AI ในระบบการศึกษา จะยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ “Think – คิดเป็น, Use – ใช้เป็น และ Discern – รู้เท่าทัน” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้และสร้างสรรค์ ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ
ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน อาทิ งานเอกสาร งานธุรการ และกระบวนการบริหารจัดการบางประเภท เพื่อเพิ่มเวลาให้ครูสามารถมุ่งเน้นการเรียนการสอนและดูแลพัฒนาการของนักเรียนได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “ลดเวลาทำเอกสาร เพิ่มเวลาสร้างอนาคตเด็กไทย”
ขณะเดียวกัน โครงการยังให้ความสำคัญกับนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษาใกล้สำเร็จการศึกษา บัณฑิตจบใหม่ ผู้หางาน และแรงงานที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ โดยจะนำความต้องการทักษะจากภาคอุตสาหกรรมมาเชื่อมโยงกับการพัฒนาหลักสูตรและระบบรับรองทักษะ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการทำงานได้จริง และเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้
สำหรับแผนดำเนินงานระยะแรก กำหนดระยะเวลาประมาณ 9 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนมิถุนายน 2570 โดยจะจัดทำกรอบการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน พัฒนาหลักสูตรและการรับรองทักษะ AI อ้างอิงกรอบมาตรฐาน DigComp 2.2 ของสหภาพยุโรป รวมถึงส่งเสริมการฝึกปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรม เช่น Hackathon
นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะเข้ากับโอกาสการจ้างงาน โดยใช้ข้อมูลความต้องการแรงงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ JobsDB by SEEK เพื่อให้การพัฒนาทักษะสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจมากขึ้น
ทั้งนี้ Microsoft ระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ของบริษัทได้เข้าถึงคนไทยแล้วมากกว่า 2.7 ล้านคน และความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะยกระดับจากการสร้างความรู้และทักษะ ไปสู่การเชื่อมโยงผู้เรียนกับโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานอย่างเป็นระบบ
ด้านกระทรวงศึกษาธิการมีแผนปรับหลักสูตรไปสู่การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ และจัดทำกรอบความรู้พื้นฐานด้าน AI ให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย โดยตั้งเป้าเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2570 และครอบคลุมทั้งระบบในปี 2571 พร้อมจัดทำแนวทางการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ และการบริหารเวลาหน้าจออย่างเหมาะสม
ในระยะต่อไป รัฐบาลยังมีแผนบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และภาคเอกชน ผ่านกลไกการเรียนรู้ตลอดชีวิต แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ และระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเชื่อมต่อการพัฒนาทักษะจากห้องเรียนสู่ตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การจับมือกับ Microsoft ครั้งนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในศักยภาพคนควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเป้าหมายคือทำให้ความรู้ ทักษะ และโอกาสในการทำงานกระจายสู่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง