Mercedes-Benz เปิดตัว GLA ใหม่ เจเนอเรชันที่ 3 ใหญ่ขึ้น พร้อมขุมพลังไฟฟ้าและไมลด์ไฮบริด 48V - Carvariety

Mercedes-Benz เปิดตัว GLA เจเนอเรชันที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเดียวกับ CLA รุ่นใหม่ พร้อมเปลี่ยนแนวคิดสู่ “Electric-first” รองรับทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบและเครื่องยนต์เบนซินไมลด์ไฮบริด 48 โวลต์

GLA ใหม่ มีกำหนดเริ่มทำตลาดในหลายประเทศช่วงกลางปี 2027 และจะเข้ามาแทนที่ทั้ง GLA รุ่นเครื่องยนต์สันดาปและ EQA รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคอมแพกต์ SUV

ตัวถังใหญ่ขึ้น ห้องโดยสารกว้างกว่าเดิม

GLA ใหม่มีมิติตัวถังใหญ่ขึ้นทุกด้าน โดยมีความยาว 4,565 มม. เพิ่มขึ้น 102 มม. ความกว้าง 1,873 มม. เพิ่มขึ้น 39 มม. และระยะฐานล้อ 2,790 มม. เพิ่มขึ้น 61 มม. ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่วางขาแถวหลังที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 38 มม.

ด้านการออกแบบมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายลายดาวสามแฉก มือจับประตูแบบซ่อนในตัวรถเพื่อลดแรงต้านอากาศ และหลังคาพาโนรามิกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

รุ่นไฟฟ้าใช้ระบบ 800V วิ่งไกลสุด 657 กม.

Mercedes-Benz ติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ให้กับ GLA Electric รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 320 kW สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ประมาณ 270 กิโลเมตรภายใน 10 นาที

มีให้เลือก 3 รุ่นหลัก ได้แก่

  • GLA 200 Electric กำลัง 165 กิโลวัตต์ แรงบิด 335 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 58 kWh ระยะทางวิ่ง 394-447 กม. (WLTP)
  • GLA 250+ Electric กำลัง 200 กิโลวัตต์ แรงบิด 335 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรี่ NMC ขนาด 85 kWh ระยะทางวิ่ง 577-657 กม.
  • GLA 350 4Matic Electric กำลัง 260 กิโลวัตต์ แรงบิด 515 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.4 วินาที ระยะทางวิ่ง 555-643 กม.

ทางเลือกไมลด์ไฮบริด 48V ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz ยังมีรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid 48V

มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 22 kW ถูกติดตั้งรวมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะรุ่นใหม่ (8F-eDCT) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลัง ลดอัตราสิ้นเปลือง และสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนในช่วงความเร็วต่ำ รวมถึงลอยตัว (Coasting) ได้ที่ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ในบางสถานการณ์

ห้องโดยสารใหม่ พร้อม AI และจอขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยแผงกระจกขนาดใหญ่ที่รวมหน้าจอผู้ขับขี่ 10.25 นิ้ว และหน้าจอกลาง 14.5 นิ้ว พร้อมตัวเลือกหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า

ระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX เวอร์ชันใหม่ มาพร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ที่สามารถโต้ตอบด้วยเสียงและทำงานเชิงรุกได้มากขึ้น

หลังคากระจกพาโนรามิกมาตรฐานใช้กระจกกันความร้อน พร้อมตัวเลือก Sky Control ที่สามารถปรับความโปร่งใสของกระจกได้ภายในเวลาเพียง 10-20 มิลลิวินาที และยังมีไฟรูปดาว 172 ดวงฝังอยู่ในกระจกหลังคา เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารยามค่ำคืน

พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น พร้อมลากจูงได้ถึง 2 ตัน

รุ่นไฟฟ้ามีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 410 ลิตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 70 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะขยายเป็น 1,400 ลิตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 107 ลิตร

GLA Electric รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4Matic ยังสามารถลากจูงได้สูงสุด 2,000 กิโลกรัม เมื่อใช้อุปกรณ์ลากจูงที่รองรับ เหมาะสำหรับลากคาราวานขนาดเล็ก เจ็ตสกี หรือรถ ATV

ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม

Mercedes-Benz ติดตั้งกล้อง 8 ตัว เรดาร์ 5 ตัว และเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว รองรับระบบช่วยขับ MB.Drive ที่สามารถช่วยควบคุมพวงมาลัย เบรก คันเร่ง รวมถึงช่วยจอดรถแบบกึ่งอัตโนมัติ

การเปิดตัว GLA ใหม่ครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ Mercedes-Benz ที่กำลังรวมสายการผลิตรถยนต์คอมแพกต์ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว รองรับทั้งขุมพลังไฟฟ้าและเครื่องยนต์ไฮบริด เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มา : CarExpert