Mercedes-AMG เปิดตัว GT 53 4-Door Coupé รุ่นเริ่มต้น 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที วิ่งไกลสุด 800 กิโลเมตร - HeadLight Magazine
7 สิงหาคม 2026 เวลา 00:03 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 266 ครั้ง
Mercedes-AMG เปิดตัว GT 53 4-Door Coupé เพื่อขยายไลน์อัพตระกูล GT 4-Door Coupé รุ่นใหม่ โดยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ผสานเอกลักษณ์ของ AMG เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความสามารถในการเดินทางไกลกว่ารุ่นอื่นๆที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ อัตราเร่งตอบสนองฉับไว การควบคุมที่เฉียบคม และประสบการณ์เสียงจำลองเครื่องยนต์หกสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG

รูปลักษณ์ภายนอกของ GT 53 4-Door Coupé ออกแบบให้มีสัดส่วนที่โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายแบบ Fastback ฝากระโปรงหน้ายาว และตัวรถที่เตี้ยลงกว่ารุ่นก่อนถึง 4 เซนติเมตร ถึงแม้จะติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถก็ตาม ด้านอากาศพลศาสตร์มีการใช้ระบบ AEROKINETICS ที่ประกอบด้วยสปอยเลอร์หลังและดิฟฟิวเซอร์แบบปรับระดับได้ ซึ่งสามารถปรับองศาหรือยืดออกอัตโนมัติตามความเร็ว ลักษณะการขับขี่ และความต้องการด้านสมรรถนะ เพื่อสร้างแรงกด เพิ่มเสถียรภาพ และลดแรงต้านอากาศสำหรับการเดินทางด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารสะท้อนแนวคิดการผสานรถสปอร์ตเข้ากับรถทรง Gran Turismo อย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำ หน้าจอเรือนไมล์และระบบ Multimedia ขนาด 14 นิ้วภายใต้กระจกชิ้นเดียว พร้อมหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าเป็นอุปกรณ์เสริม คอนโซลกลางออกแบบเน้นผู้ขับขี่ พร้อมปุ่มหมุน Response Control ช่องชาร์จไร้สายคู่ และที่วางแก้วแบบเรืองแสง เบาะนั่งหน้ารองรับสรีระสำหรับการขับแบบสปอร์ต ขณะที่เบาะหลังให้พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับการเดินทางไกล และหลังคากระจก SKY CONTROL ยังสามารถปรับความโปร่งใสได้เป็นส่วน ๆ เพื่อเพิ่มความหรูหราและบรรยากาศภายในห้องโดยสาร

ระบบขับเคลื่อนของ Mercedes-AMG GT 53 4-Door Coupé ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสกำลังสูง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดรวม 544 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร โดยมอเตอร์ด้านหลังจับคู่กับเกียร์ 2 จังหวะที่ออกแบบมาเพื่อสร้างอัตราเร่งรุนแรงในช่วงออกตัวและเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อใช้ความเร็วสูง ขณะที่มอเตอร์ด้านหน้าจะทำหน้าที่เสริมกำลังหรือเพิ่มการยึดเกาะเมื่อจำเป็น ก่อนตัดการทำงานในช่วงโหลดต่ำเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. หรือ 250 กม./ชม. เมื่อเลือกแพ็กเกจ AMG Driver’s Package
หัวใจสำคัญของรถคือแบตเตอรี่แรงดันสูง 800 โวลต์ ความจุใช้งาน 106 kWh ซึ่งใช้เซลล์ทรงกระบอกพร้อมระบบหล่อเย็นโดยตรงด้วยน้ำมัน ช่วยรักษาอุณหภูมิให้สม่ำเสมอ เพิ่มเสถียรภาพในการจ่ายกำลัง และรองรับระยะทางวิ่งมากกว่า 800 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 600 kW ทำให้สามารถเติมระยะทางได้มากกว่า 534 กิโลเมตรภายในเวลาเพียง 10 นาที พร้อมรองรับสถานีชาร์จทั้งระบบ 800 โวลต์และ 400 โวลต์โดยสลับการทำงานอัตโนมัติ

Mercedes-AMG ยังติดตั้งระบบ Central Coolant Hub (CCH) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการความร้อนแบบอัจฉริยะที่รวมปั๊ม วาล์ว และเซนเซอร์ต่าง ๆ ไว้ในชุดเดียว ระบบสามารถกระจายการระบายความร้อนไปยังแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับเต็มสมรรถนะในอุณหภูมิสูง หรือการลดอุณหภูมิให้เฉพาะส่วนที่ต้องการ จึงช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนและความสามารถในการชาร์จไฟอย่างต่อเนื่อง
แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ GT 53 4-Door Coupé ยังมอบอารมณ์การขับแบบ AMG ผ่านโหมด AMGFORCE Sport+ ที่จำลองทั้งเสียงเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง การเปลี่ยนเกียร์ และจังหวะส่งกำลังอย่างสมจริง โดยทีมวิศวกรด้านเสียงของ AMG ได้บันทึกเสียงจากเครื่องยนต์จริงในหลายตำแหน่งและหลายสภาวะการขับ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นระบบเสียง Digital ที่ตอบสนองตามการเร่ง ความเร็ว และการเปลี่ยนเกียร์ ผู้ขับขี่ยังสามารถสั่งเปลี่ยนเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift พร้อมหน้าจอแสดงผลเฉพาะที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังขับรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป

ด้านสมรรถนะการขับขี่ รถติดตั้งช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL แบบถุงลมพร้อมระบบปรับความหนืดอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเปลี่ยนบุคลิกจากการขับที่นุ่มนวลสำหรับการเดินทางไกล ไปสู่การควบคุมที่เฉียบคมในโหมดสปอร์ต โดยผู้ขับสามารถเลือกค่าช่วงล่างได้ 3 ระดับ ได้แก่ Comfort Sport และ Sport+ ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ จะกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการยึดเกาะและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนน

Mercedes-AMG มอบความยืดหยุ่นในการปรับบุคลิกรถผ่านระบบ Response Control AMG SET-UP Sound Slider และโหมดการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT ทั้ง 6 รูปแบบ ได้แก่ Comfort Sport AMGFORCE Sport+ Slippery Eco และ Individual ผู้ขับสามารถปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระบบบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง เสียงจำลองเครื่องยนต์ รวมถึงอุปกรณ์อากาศพลศาสตร์ให้เหมาะกับสไตล์การขับของตนเอง ตั้งแต่การเดินทางอย่างนุ่มนวล ประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการขับขี่แบบสปอร์ตเต็มรูปแบบที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Mercedes-AMG ได้อย่างครบถ้วน
ที่มา: Mercedes-Benz