MBK คืบคลาน ‘การแพทย์’


เมื่อ 2 วันก่อนหุ้นบริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ VIH ราคาพุ่งไป 10.71% ปิดตลาดที่ 9.30 บาท ท่ามกลางการรายงาน Big Lot จำนวน 125.66 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.03%

ตอนแรกก็ยังเป็นปริศนาว่า ใครเป็นคนทำ Big Lot ดังกล่าว แต่ด้วย Big Lot ก้อนใหญ่ขนาดนี้ คงมีแค่ผู้ถือหุ้นใหญ่แหละ…

สุดท้ายถึงบางอ้อ…คนที่ขาย Big Lot ก้อนนี้ก็คือ บริษัท บีบีทีวี เอ็คควิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นั่นเอง…

ส่วนคนที่มารับ Big Lot ไป ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน..? แต่เป็นบริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เจ้าของแบรนด์ “ข้าวมาบุญครอง” ที่หลายบ้านกินกัน และเป็นเจ้าของศูนย์การค้า MBK Center หรือเดิมคือห้างมาบุญครองที่เราแวะเวียนไปช้อปปิ้งบ่อย ๆ…

ว่าแต่ทำไม “บีบีทีวี เอ็คควิตี้” ซึ่งเป็นบริษัทของ “ตระกูลรัตนรักษ์” กลุ่มทุนใหญ่เจ้าของช่อง 7HD โดยเข้ามาถือหุ้น VIH ตั้งแต่ปี 2557 ถึงอยากจะ Exit เสียล่ะ..?? 

ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจของ VIH เป็นเมกะเทรนด์ มี 4 โรงพยาบาลหลัก ได้แก่ 1) โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย 2) โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม 3) โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สมุทรสาคร และ 4) โรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา เพื่อผลิตผู้ดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็กอีกด้วย

ขณะที่ผลการดำเนินงานของ VIH ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่…มีกำไรเสมอต้นเสมอปลาย แถมจ่ายเงินปันผลทุกปีอีกต่างหาก ดิวิเดนด์ยีลด์ล่าสุดอยู่ที่ 4.24% เชียวหนา…

ก็ไม่รู้ว่า  “บีบีทีวี เอ็คควิตี้” มีความจำเป็นอะไร..? ทำไมต้องขาย VIH..?? ยังคงเป็นปริศนาต่อไป

แต่ถ้าให้วิเคราะห์การมาของ MBK ยิ่งน่าสนใจ…ซึ่งพื้นเพเดิมของกลุ่มนี้จะมี 6 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวสาร ธุรกิจรับจ้างผลิต ธุรกิจศูนย์อาหาร ธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจพลังงาน 

สิ่งที่จะได้เห็นการ Synergy ธุรกิจร่วมกัน อันดับแรก เป็นการรุกคืบสู่ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ หรือ Wellness & Medical Hub โดย MBK ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ ก็อาจดึง VIH เข้ามาเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร (Wellness Center) หรือคลินิกเฉพาะทางภายในพื้นที่ของศูนย์การค้าในเครือ เช่น MBK Center, พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ 

ก็จะช่วยเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกบางส่วนให้เป็นศูนย์บริการสุขภาพ รองรับเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) และเพิ่มปริมาณผู้ใช้บริการ (Traffic) ที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่ศูนย์การค้า 

ถัดมาสามารถต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวของ MBK เช่น โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือรีสอร์ตในเครือ โดยสามารถทำแพ็กเกจร่วมกับบริการทางการแพทย์ของ VIH เพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติได้ เช่น การออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพพร้อมการพักผ่อน (Health Check-up Staycation) หรือบริการฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด (Post-surgery Rehab) ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Medical Tourist ที่ต้องการการดูแลระดับโรงพยาบาลควบคู่ไปกับบริการระดับโรงแรมหรู

ด้านธุรกิจอาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ สามารถจับมือกับโรงพยาบาล VIH เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Credibility) ขณะเดียวกัน ก็ช่วยขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าของกลุ่ม MBK เข้าสู่โรงพยาบาลในเครือวิชัยเวช

นอกจากนี้ยังช่วยในการบริหารทรัพยากรและระบบสิทธิประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลลูกค้าและระบบ Loyalty Program ระหว่างกลุ่มธุรกิจ เช่น สมาชิกแอปพลิเคชันหรือบัตรเครดิตในเครือ MBK อาจได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลดค่ายา ค่าห้องพัก หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพที่ VIH ขณะเดียวกัน คนไข้ของ VIH ก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการใช้บริการโรงแรม หรือร้านค้าในเครือ MBK เป็นการสร้าง Ecosystem ร่วมกัน

ขณะที่การคืบคลานสู่การแพทย์ของ MBK ถือเป็นการขยายธุรกิจในแนวราบ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ

ก็น่าจะทำให้งบการเงินที่สวยอยู่แล้ว…สวยยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่เชื่อก็คอยดูละกัน… 

…อิ อิ อิ…