เทรนด์ Longevity ลามยันสัตว์เลี้ยง ทาสสายเปย์หันพึ่ง “สเต็มเซลล์” รักษา-ฟื้นฟู น้องหมาแมว แพ็กเกจฮิต 7.9 หมื่นบาท/ตัว
เทรนด์ Longevity ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คน แต่กำลังขยายมาถึง “สัตว์เลี้ยง” เมื่อหมาและแมวถูกยกระดับเป็นสมาชิกครอบครัว เจ้าของจึงไม่ได้รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่หันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ การป้องกันโรค และเทคโนโลยีฟื้นฟู เพื่อให้น้องหมาน้องแมวมีอายุยืนขึ้นพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี
สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี (KTC) กล่าวว่า ข้อมูลการใช้จ่ายสะท้อนความต้องการของสมาชิกในหมวดสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว หรือ Pet Longevity
ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 ยอดใช้จ่ายหมวดสัตว์เลี้ยงผ่านบัตรเครดิตเคทีซีเติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็น
-หมวดโรงพยาบาลสัตว์ เติบโต 15% YoY
-ร้านจำหน่ายสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เติบโต 8% YoY

ทาสสายเปย์ พึ่ง “สเต็มเซลล์” หวังรักษา-ฟื้นฟูน้องหมาแมว แพ็กเกจฮิต 7.9 หมื่นบาท
รศ. ดร. ปริญญา น้อยสา อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และผู้ร่วมก่อตั้งเพ็ทจีนเอ็กซ์ (Petgenex) กล่าวว่า การดูแลสัตว์เลี้ยงให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มจากการวางแผนตามสุขภาพและความเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว โดยแนวคิด Personalized Veterinary Medicine เชื่อมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจติดตาม ไปจนถึงการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละราย
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจคือ “Stem Cell” หรือสเต็มเซลล์ ซึ่งมีบทบาทในเวชศาสตร์ฟื้นฟู อาทิ การดูแลสุนัขที่มีภาวะข้อเสื่อม และอาจช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีการศึกษาในด้านการบาดเจ็บของเส้นเอ็น การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือภูมิคุ้มกันบางประเภท โรคไตเรื้อรังในแมว รวมถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทหรือไขสันหลัง

สำหรับโปรแกรมเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง มี 5 แพ็กเกจ ได้แก่
1. StemFirst เริ่มต้นเก็บสเต็มเซลล์
-ระยะเวลา 1 ปี
-ราคา 22,900 บาท รวมค่ากระบวนการเก็บและค่าแรกเข้า
-ปีถัดไปต่ออายุปีละ 1,590 บาท
-เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองเก็บในระยะสั้น อยู่ในช่วงวางแผน หรือสัตว์เลี้ยงมีอายุเยอะแล้ว
2. StemProtect เก็บสเต็มเซลล์ระยะยาว
-ระยะเวลา 5 ปี
-ราคา 29,900 บาท รวมค่ากระบวนการเก็บและค่าแรกเข้า
3. StemEver เก็บตลอดชีพ
-ระยะเวลาตลอดชีพ ชำระเงินครั้งเดียว
-ราคา 39,900 บาท รวมค่ากระบวนการเก็บและค่าแรกเข้า
4. StemElite ตลอดชีพ + เพาะเซลล์ต้นกำเนิด 20 ล้านเซลล์
-ระยะเวลาตลอดชีพ
-เพาะเซลล์ต้นกำเนิด 20 ล้านเซลล์
-ราคา 79,900 บาท
-เป็นแพ็กเกจที่ได้รับความนิยมสูงสุด
5. StemUltimate ตลอดชีพ + เพาะเซลล์ต้นกำเนิด 50 ล้านเซลล์
-ระยะเวลาตลอดชีพ
-เพาะเซลล์ต้นกำเนิด 50 ล้านเซลล์
-ราคา 195,000 บาท
ทั้งนี้ การเก็บสเต็มเซลล์มักเก็บผ่านเลือด โดยการเก็บ 1 ครั้งใช้เลือดประมาณ 2-5 มิลลิลิตร และไม่เกิน 10 มิลลิลิตร ได้เซลล์ประมาณ 5-10 ล้านเซลล์ สามารถนำไปใช้ใน Stem Cell Therapy ได้มากกว่า 10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการประเมินและการใช้ของสัตว์แต่ละตัว

หมาเล็กครองสัดส่วนเก็บ Stem Cell สูงสุด
ดร.พงศกร กันหอม นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และผู้ร่วมก่อตั้งเพ็ทจีนเอ็กซ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสัตว์ที่เข้ามาใช้บริการเก็บ Stem Cell ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 5-10 ปี ขณะที่บางส่วนเก็บไว้ตามแนวคิด Anti-Aging โดยมีกลุ่มสัตว์อายุประมาณ 15 ปีเข้ามาใช้บริการด้วย
สุนัขเป็นกลุ่มที่เก็บ Stem Cell มากที่สุด คิดเป็นประมาณ 70% โดยส่วนใหญ่เป็นสุนัขขนาดเล็ก จากฐานประชากรสุนัขในไทยที่มีประมาณ 21 ล้านตัว ขณะที่แมวมีประมาณ 9 ล้านตัว
ปัจจุบันมีการเก็บ Stem Cell ประมาณ 20 ตัวต่อเดือน และหลังเปิดดำเนินการครบ 1 ปี มีมากกว่า 200 เคส โดยการใช้งานหลักของสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง ได้แก่
-การดูแลข้ออักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มสุนัขสูงวัยที่ชอบวิ่งหรือกระโดด
-แผลเรื้อรังจากเบาหวาน
-ปัญหาดวงตา เช่น กรณีแมวข่วนกันจนกระจกตาเสียหาย
-การใช้ตามแนวคิด Anti-Aging ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงสูงวัย โดยมีการฉีดสเต็มเซลล์ปีละ 1 ครั้ง

นอกจาก Stem Cell แล้ว “Exosome” เป็นอีกเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจ โดยมีคุณสมบัติด้านการสื่อสารระหว่างเซลล์ และมีการศึกษาถึงบทบาทในการลดการอักเสบ การสมานแผล และการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
ในทางการใช้งาน มีการนำมาพัฒนาเพื่อดูแลปัญหาดวงตา เช่น กระจกตา โดยมีข้อมูลว่าช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น รวมถึงอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางดูแลแผลเรื้อรังทางผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับเบาหวาน และมีแผนพัฒนาแนวทางรักษาปัญหาปากเปื่อยในแมว ซึ่งโดยทั่วไปอาจต้องใช้วิธีถอนฟัน
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Stem Cell และ Exosome ยังต้องเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ ความเหมาะสม และการประเมินของสัตวแพทย์ ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เหมาะกับสัตว์ทุกตัว หรือสามารถใช้ทดแทนการรักษามาตรฐานได้ทุกกรณี
เทรนด์ Pet Longevity เจ้าของสัตว์เลี้ยงใส่ใจสุขภาพหมาแมวมากขึ้น
สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า จำนวนสัตว์เลี้ยงที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของเจ้าของ จากเดิมที่มักพาสัตว์เลี้ยงมาพบสัตวแพทย์เมื่อมีอาการชัดเจน ไปสู่การตรวจและดูแลเชิงป้องกันมากขึ้น
โดยเฉพาะสัตว์สูงวัยที่มีความเสี่ยงต่อโรคข้อเสื่อม โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ เบาหวาน เนื้องอกและมะเร็ง รวมถึงภาวะสมองเสื่อม ซึ่งบางโรคอาจพัฒนาโดยที่เจ้าของยังไม่เห็นอาการชัดเจนในระยะแรก
ดังนั้น Personalized Care จึงไม่ได้หมายถึงการเลือกเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด แต่คือการนำข้อมูลของสัตว์แต่ละตัว ทั้งอายุ สายพันธุ์ วิถีชีวิต ประวัติสุขภาพ พฤติกรรม ผลตรวจ โรคร่วม และการตอบสนองต่อการรักษา มาออกแบบแนวทางดูแลให้เหมาะกับสัตว์แต่ละตัว
“นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ปี 2562 จำนวนการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมาและแมวขยายตัวสูง พีกช่วงปี 2564-2565 และนับจากตอนนั้นผ่านมา 4-7 ปี สัตว์เลี้ยงจึงเริ่มเข้าสู่ช่วงครึ่งชีวิต ทำให้ Pet Parent หันมาดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงมากขึ้น”
ผู้เขียน
my_bb
นักข่าวสายอสังหาริมทรัพย์และสายธุรกิจทั่วไป ที่เขียนคอนเทนต์เพื่อหาเงินเลี้ยงแมว