Lam Research ตั้งกองทุน Semiconductor หนุนสตาร์ทอัพเกาหลี

Lam Research ขยายฐานการผลิตในเกาหลีใต้ ส่งมอบแชมเบอร์สำหรับกระบวนการ Semiconductor ครบ 15,000 เครื่อง พร้อมตั้งกองทุน ‘Lam Research-Hana Semiconductor Unicorn Fund’ หนุนสตาร์ทอัพท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนทิศทางซัพพลายเชนโลกที่เน้นสร้าง Ecosystem ภายในประเทศ ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยกลุ่ม OSAT และ PCB ควรติดตามเพื่อประเมินทิศทางความร่วมมือระดับภูมิภาค

ยุค AI กำลังผลักดันให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ต้องเร่งสร้างเครือข่ายซัพพลายเชนในระดับท้องถิ่น และลงทุนโดยตรงกับสตาร์ทอัพเพื่อลดระยะเวลาในการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ล่าสุด Lam Research ได้ตอกย้ำทิศทางดังกล่าวด้วยการเปิดตัวกองทุนร่วมลงทุนระดับประเทศเป็นครั้งแรก พร้อมฉลองความสำเร็จในการส่งมอบแชมเบอร์ (Chamber) สำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ตัวที่ 15,000 จากฐานการผลิตในเกาหลีใต้

ตามรายงานของ BigGo Finance ระบุว่า Lam Capital ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการลงทุนของ Lam Research ได้ร่วมมือกับ Hana Ventures จัดตั้งกองทุน ‘Lam Research-Hana Semiconductor Unicorn Fund’ โดยมุ่งเป้าไปที่สตาร์ทอัพในเกาหลีใต้ที่พัฒนาเทคโนโลยี Manufacturing AI, วิทยาการหุ่นยนต์, บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging) และวัสดุชนิดใหม่ นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินแล้ว กองทุนดังกล่าวยังออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือด้านการตรวจสอบความถูกต้องทางเทคโนโลยี (Technology Validation) การผลักดันนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ และการขยายตลาดสู่ระดับสากล

Tim Archer ประธานและซีอีโอของ Lam Research ได้กล่าวในงาน Lam Research Supplier Symposium Korea ว่า “ในยุค AI ที่ความต้องการและความซับซ้อนทางเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น ความเร็วในการแก้ปัญหาและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่สายการผลิตปริมาณมากถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคย”

การขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน R&D ในท้องถิ่น โดยบริษัทเพิ่งเปิดตัวศูนย์ ‘Velocity Lab’ ภายใน Korea Technology Center (KTC) ที่เมืองยงอิน เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับทดสอบวัสดุใหม่และพัฒนานวัตกรรมร่วมกับลูกค้าตลอดจนสตาร์ทอัพได้อย่างรวดเร็ว

FoodX

ข้อมูลจาก Lam Research ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาซัพพลายเชนในเกาหลีใต้กำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดการจัดซื้อจากพันธมิตรในประเทศสูงกว่า 1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 744.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีการสร้างเครือข่ายกับบริษัทท้องถิ่นราว 100 แห่ง การขยายความร่วมมือยังเริ่มกระจายตัวออกจากศูนย์กลางอุตสาหกรรมในพื้นที่เมืองหลวง ไปสู่ภูมิภาคอื่น เช่น การร่วมสัมมนาด้านวัสดุเซรามิกสำหรับอุปกรณ์กัดกรด (Etch) และการเคลือบผิว (Deposition) ที่เมืองคูมิ ร่วมกับเครือข่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง Samsung Electronics, SK Hynix และ Wonik IPS

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในเกาหลีใต้เมื่อปี 1989 Lam Research ประเมินว่าบริษัทได้สร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 13 ล้านล้านวอน (ประมาณ 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และช่วยสนับสนุนการสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 25,000 ตำแหน่ง

ที่มา:
biggo