กสศ. Kick Off เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อจัดทำร่างแผนกลยุทธ์ 5 ปี

กสศ. Kick Off เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำร่างแผนกลยุทธ์ 5 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมชวนประชาชนร่วมส่งความเห็นผ่านทุกช่องทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเวลาดี จังหวัดนครพนม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเวทีแรก ร่วมกับภาคีเครือข่ายการศึกษา ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบและกำหนดทิศทาง "ร่างแผนกลยุทธ์ กสศ. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575)" มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ นำไปสู่เป้าหมายเพื่อเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคน ให้ได้รับโอกาสเรียนรู้ที่มีคุณภาพตามศักยภาพอย่างยั่งยืน

โดยมีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียงในภาคอีสาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างหลากหลาย เช่น บุคลากรทางการศึกษาและผู้จัดการเรียนรู้ (ทั้งในและนอกระบบ) หน่วยงานภาครัฐ ราชการส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ สื่อมวลชน ตลอดจนเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง 

ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายใต้แนวคิด "ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา" ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทขององค์กรตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันจัดตั้งตาม พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า กสศ. วางตำแหน่งเป็น "ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงและจุดคานงัด" ที่เชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย นวัตกรรม และภาคีเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนผลสำเร็จจากโครงการต้นแบบไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบของประเทศ

"กสศ. ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเติบโตของ AI เทคโนโลยี โครงสร้างประชากร ภาวะเศรษฐกิจผันผวน และภัยธรรมชาติ โจทย์ของการศึกษาจึงเปลี่ยนจากการพาเด็กเข้าเรียน ไปสู่การสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กสามารถดำรงชีวิตและเติบโตได้ในโลกยุคใหม่ หรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น" ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าว

ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงรูปธรรม กสศ. ได้เปรียบเทียบระบบการศึกษาเหมือน "รถไฟขบวนหนึ่ง" ที่มีผู้โดยสาร 3 กลุ่ม ซึ่งต้องการกลยุทธ์การช่วยเหลือที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย 1. เด็กในระบบการศึกษา (ขึ้นอยู่บนรถไฟ) ต้องยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะนั่งอยู่ชั้นใด ให้ได้รับความรู้เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายชีวิต 2. เด็กที่จำเป็นต้องออกจากระบบกลางคัน (ลงระหว่างทาง) ต้องทำให้ทุก "สถานี" ที่ลงไป เป็นสถานีแห่งโอกาส ผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) และพัฒนาทักษะอาชีพ 3. เด็กกลุ่มหลุดออกจากระบบ (ตกจากขบวนไปแล้ว) เด็กกลุ่มนี้อาจเผชิญความยากจน ปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือเงื่อนไขอีกหลายอย่างที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือก 

หลายครั้งเด็กไม่ได้อยากลงจากรถไฟ แต่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องลง ดังนั้น โจทย์สำคัญของเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ที่ว่า เราจะสร้างกระบวนการช่วยเหลือ และเสริมพลังให้เขามีทางเลือกได้อย่างไร และหากในที่สุดเขาต้องลงจากรถไฟจริง ๆ เราจะทำอย่างไรให้เขาไม่บอบช้ำจนเกินไป มีสถานีรองรับ และยังสามารถดำรงชีวิต และเดินทางต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาส (ไม่เคยขึ้นรถไฟ) เป็นโจทย์ที่สำคัญของการขับเคลื่อนงานผ่านแนวทาง Thailand Zero Dropout Plus โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ออกไปค้นหา ติดตาม ช่วยเหลือ และนำโอกาสทางการเรียนรู้ไปให้ถึงตัวเด็ก

"ความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ใช่การทำให้ทุกคนนั่งรถไฟชั้นเดียวกัน แต่คือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเดินทางไปถึงปลายทางของชีวิตด้วยเส้นทางที่เหมาะสมกับศักยภาพและเงื่อนไขของตนเอง และเมื่อระบบหนึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ก็ต้องมีเส้นทางอื่นรองรับ ไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าว 

ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวทิ้งท้ายว่า กสศ. เชื่อมั่นว่าการจัดทำแผนกลยุทธ์ 5 ปีข้างหน้า ไม่ใช่การทำงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง จึงขอเชิญชวนภาคีเครือข่าย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทำงานด้านการศึกษา ชุมชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อร่วมกันตอบคำถามว่า "อีก 5 ปีข้างหน้า เราอยากเห็นการศึกษาไทยเป็นอย่างไร" และ "กสศ. ควรทำหน้าที่อย่างไรในการเป็นกลยุทธ์เชื่อมโยงความร่วมมือ"

สามารถส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://www.eef.or.th/public-hearing/ และทุกช่องทางออนไลน์ของ กสศ. ในทุกความคิดเห็นและข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปสังเคราะห์เพื่อยกร่างแผนกลยุทธ์ กสศ. พ.ศ. 2571–2575 ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง