JMART ฤดูเก็บเกี่ยวอีกครั้ง.!


ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน สองหุ้นในกลุ่มบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้กับนักลงทุน จากกรณีมติบอร์ดบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 เตรียมเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 ก.ย. 2569 ให้โอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 82.82 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 12,334.93 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทตามงบเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 จำนวน 1,439.57 ล้านบาท 

ภายหลังดำเนินการแล้ว จะทำให้สามารถล้างขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการได้หมดเกลี้ยง..!!

ไม่เท่านั้น มติบอร์ดบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 ก็เตรียมเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 ก.ย. 2569 ให้ขายพอร์ตสินเชื่อทำเงินจำนวน 1,300 ล้านบาท พร้อมให้โอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 209.38 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 646.99 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทตามงบเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 จำนวน 856.37 ล้านบาท 

ภายหลังดำเนินการแล้ว จะทำให้สามารถล้างขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการได้หมดเกลี้ยง โดยจะมีทุนสำรองตามกฎหมายคงเหลือจำนวน 0 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นคงเหลือ 2,535.28 ล้านบาท

ดังนั้นต่อให้งบรวมของ SINGER โชว์หราตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรสูงถึง 1,594.81 ล้านบาท ขณะที่งบรวม SGC มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรอยู่ที่ 856.37 ล้านบาท แต่เมื่องบเฉพาะกิจการของทั้งสองบริษัทไม่มีขาดทุนสะสมหลงเหลือแล้ว จะทำให้สามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง..!!

ขณะที่เงื่อนไขในการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) คือ ต้องไม่มีขาดทุนสะสมแม้แต่สลึงเดียว..!! 

คงพอจำกันได้นะว่า บจ.ที่ใช้วิธีจ่ายเงินปันผลจากงบเฉพาะกิจการเป็นประจำ หนีไม่พ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ของ “เสี่ยพิชญ์-พิชญ์ โพธารามิก” แต่พักหลังมานี้ไม่ได้ใช้แล้ว รวมถึงบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในอดีตก่อนจะมีการควบรวมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน…

กลับมาที่ SINGER และ SGC ก่อนหน้านี้ก็เคยจ่ายปันผลมาตลอด จนกระทั่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน เกิดเรื่องอินุงตุงนังกับ SINGER และ SGC จนทำให้งบปี 2567 ของ SINGER มีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 3,209.60 ล้านบาท ส่วน SGC มีตัวเลขขาดทุนสุทธิที่  2,275.28 ล้านบาท 

นับตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็งดจ่ายปันผล…ทำให้ผู้ถือหุ้นเกิดอาการเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กัน… 

ว่าแต่ทำไม SINGER และ SGC ต้องรีบร้อนล้างขาดทุนสะสมด้วยล่ะ..?? จะบอกว่าอยากกลับมาจ่ายเงินปันผล เพื่อคืนความสุขให้กับผู้ถือหุ้น…ก็คงใช่

ซึ่งถ้าไปดูโครงสร้างผู้ถือหุ้น SINGER มี JMART เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นจำนวน 208.87 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.63% ขณะที่ SGC มี SINGER เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นจำนวน 4.68 ล้านหุ้น คิดเป็น 75%

ทำให้หาก SGC จ่ายปันผล เงินก้อนโตก็จะไหลไปหา SINGER ฟาก SINGER เมื่อจ่ายปันผล เงินก็จะไหลไปหา JMART ซึ่งอยู่บนสุดของห่วงโซ่นี้…

นั่นจะทำให้ JMART สามารถเก็บเกี่ยวปันผลได้อีกครั้ง..!?

ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า…

ว่าไปแล้วในบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ของ JMART ต้องยกให้บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เป็นอภิชาตบุตร แต่เนื่องจาก JMT จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนโตในการซื้อหนี้เพื่อสร้างการเติบโต ทำให้ JMT ถูกวางตัวเป็น Growth Stock 

ส่วน SINGER และ SGC จะกลายเป็นวัวนมพันธุ์ดี หรือ Cash Cow เครื่องจักรผลิตเงินสด จ่ายปันผล ที่มีธุรกิจ Lock Phone เป็นเรือธงลำใหม่ให้กับ  JMART

ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่าทำไม  SINGER และ SGC ต้องรีบล้างขาดทุนสะสม เพื่อกลับมาจ่ายเงินปันผลนะออเจ้า…

…อิ อิ อิ…