ผู้ก่อตั้ง ‘JD.com’ เตือน ไม่ช้าก็เร็ว ‘หุ่นยนต์’ จะมาแทนที่ ‘ไรเดอร์’ หลังบริษัทพรีออเดอร์ หุ่นยนต์ 3 ล้านตัว, ยานยนต์ไร้คนขับ 1 ล้านคัน
แม้ว่า JD.com จะม้วนเสื่อออกจากตลาดไทยไปแล้ว แต่ในประเทศจีน ยังถือเป็นผู้เล่นเบอร์ต้น ๆ ในตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยผู้ก่อตั้งและประธานอย่าง ริชาร์ด หลิว (Richard Liu) ได้เปิดเผยแนวคิดไว้ว่า "ช้าหรือเร็ว" หุ่นยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่แทนพนักงานส่งพัสดุ
สงครามระบบอัตโนมัติ: แผนลดคน-เพิ่มผลิตภาพของยักษ์ใหญ่
หลิว ระบุว่า
"ในอนาคต เมื่อถึงวันที่หุ่นยนต์เข้ามาส่งพัสดุแทน ช้าหรือเร็วก็ต้องมีวันที่พนักงานส่งของหมดความจำเป็นไปโดยสิ้นเชิง มันจะเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์อย่างแน่นอน... แต่ผมไม่อยากให้พี่น้องพนักงานกว่า 700,000 ชีวิตของเราต้องอดข้าวหรือตกงาน"
ดูเหมือนภาพที่ หลิว มอง อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากดูการเคลื่อนไหวของเหล่าเจ้าพ่อเทคโนโลยีระดับโลก อย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ที่ต่างก็เห็นพ้องกับแนวคิดนี้ และภาพการถูกแย่งงานในยุคถัดไปจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกของซอฟต์แวร์ AI เท่านั้น แต่จะเป็น "หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI" ในโลกจริง โดยในฝั่งสหรัฐอเมริกา ยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มเดินหน้าลดพึ่งพาแรงงานมนุษย์อย่างชัดเจน อาทิ
- Amazon: ตั้งเป้าใช้ระบบอัตโนมัติทำงานแทนมนุษย์สูงถึง 75% เพื่อรองรับยอดขายที่จะเติบโตเท่าตัวภายในปี 2033 ซึ่งจะทำให้ Amazon ไม่ต้องจ้างคนเพิ่มมากถึง 600,000 ตำแหน่ง
- Walmart & UPS: ผลวิเคราะห์ระบุว่าทั้งสองค่ายกำลังเดินตามรอยโมเดลนี้ และหากสำเร็จ ธุรกิจขนาดกลางและย่อยอีกนับไม่ถ้วนก็จะหันมาลดการจ้างงานในลักษณะเดียวกัน
- Tesla: อีลอน มัสก์ ถึงขั้นยอมหยุดสายการผลิตรถยนต์ Model S และ Model X เพื่อปรับโรงงานมารองรับการผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ Optimus รุ่นแรก โดยตั้งเป้าผลิตระดับพันล้านตัวเพื่อมาทำงานแทนมนุษย์
- NVIDIA: เจนเซน หว่าง (Jensen Huang) CEO ย้ำชัดว่า "Physical AI (AI ในร่างเครื่องจักร) มาถึงแล้ว และทุกบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจะกลายเป็นบริษัทหุ่นยนต์ในที่สุด"
ขณะเดียวกัน ในฝั่งประเทศจีน การปรับตัวเข้าสู่ยุคระบบอัตโนมัติก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดย JD Logistics ตั้งเป้าให้เทคโนโลยีครองซัพพลายเชนภายใน 5 ปี พร้อมวางแผนจัดซื้อหุ่นยนต์ 3 ล้านตัว, ยานยนต์ไร้คนขับ 1 ล้านคัน และโดรน 100,000 ลำ ภายในปี 2030 หลังจากที่ผ่านมาได้ทดสอบรถส่งของไร้คนขับไปแล้วหลายล้านกิโลเมตร รวมถึงรถบรรทุกไร้คนขับอีกกว่า 700,000 กิโลเมตร และเตรียมเปิดตัวสถานีส่งพัสดุไร้คนขับเต็มรูปแบบ
ด้านคู่แข่งสำคัญอย่าง Cainiao (เครือ Alibaba) ก็ตั้งเป้ากระจายยานยนต์ไร้คนขับกว่า 200,000 คันทั่วประเทศภายในปี 2030 โดยในเดือนเมษายน 2025 Cainiao เผยว่ารถไร้คนขับของตนส่งพัสดุไปแล้วกว่า 40 ล้านชิ้น และวิ่งสะสมระยะทางไปมากกว่า 5 ล้านกิโลเมตร
โปรเจกต์ "Nirvana": ทางรอดของพนักงานในแบบฉบับ JD.com
แม้เทคโนโลยีจะคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ ริชาร์ด หลิว เลือกที่จะไม่ลอยแพพนักงาน โดยเขาได้เปิดตัวแผนการยกระดับทักษะแรงงานครั้งมโหฬารภายใต้ชื่อ "Nirvana Project" ในงาน APEC CEO Forum ที่กรุงปักกิ่ง พร้อมย้ำจุดยืนว่า:
"ในฐานะองค์กร หากคุณพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มันควรถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นและทำงานได้น่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ใช่ไปริดรอนสิทธิในการทำงานของผู้คน"
เพื่อทำตามคำสัญญาว่าจะไม่ปลดพนักงานที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ JD.com ได้ร่วมมือกับสถานศึกษาประมาณ 120 แห่งทั่วจีน เพื่อนำพนักงานส่งของมาฝึกทักษะใหม่ ให้กลายเป็น "ช่างซ่อมแซมและบำรุงรักษาหุ่นยนต์" เนื่องจากจักรกลย่อมมีวันชำรุดและต้องการการดูแลจากมนุษย์เสมอ นอกจากนี้บริษัทยังพร้อมเปิดกว้างเทคโนโลยี AI ของตนให้พันธมิตรนานาชาติเข้าถึงอีกด้วย
วิกฤตแรงงาน และการรับมือของรัฐบาลจีน
หากมุมมองของผู้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกต้อง ตำแหน่งงานนับสิบล้านตำแหน่งทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ที่น่ากลัวคือมันไม่ได้หยุดอยู่แค่แรงงานภาคการผลิตหรือขนส่ง (Blue-collar) แต่ยังลามไปถึง กลุ่มพนักงานออฟฟิศ (White-collar) โดยเฉพาะพนักงานระดับเริ่มต้น และ นักเขียนโปรแกรม (Programmer) ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Block ได้เริ่มเลิกจ้างพนักงานไปแล้วหลายพันคนเพราะ AI ทำแทนได้ประหยัดกว่า
ในประเทศจีน จำนวนแรงงานอิสระ (Gig Workers) เช่น พนักงานส่งของและคนขับรถรับจ้าง ถูกคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 320 ล้านคนในปี 2026 (เติบโตขึ้น 60% จาก 200 ล้านคนในปี 2021) ทำให้ภาครัฐต้องยื่นมือเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วน:
- ขยายสวัสดิการ: หวัง เสี่ยวผิง (Wang Xiaoping) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ฯ เผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งขยายความคุ้มครองประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงาน 25 ล้านคนใน 17 มณฑล และเตรียมขยายผลทั่วประเทศ
- สร้างมาตรฐานอาชีพใหม่: รัฐบาลจีนเตรียมออกเกณฑ์รองรับอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากยุค AI เช่น "ผู้ฝึกสอน AI" (AI Trainers) และ "นักบินโดรน" (Drone Pilots)