“J1407b” ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีวงแหวนขนาดมหึมา 90 ล้านกิโลเมตร ใหญ่กว่าวงแหวนของดาวเสาร์ 200 เท่า

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • วิทยาศาสตร์ 
  • อวกาศ 
  • “J1407b” ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีวงแหวนขนาดมหึมา 90 ล้านกิโลเมตร ใหญ่กว่าวงแหวนของดาวเสาร์ 200 เท่า

    เผยแพร่: 26 ก.ค. 2569 12:56   ปรับปรุง: 26 ก.ค. 2569 12:56   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    ความสวยงามของวงแหวนที่สามารถเห็นได้ชัดเจนของ “ดาวเสาร์” ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งวงแหวน” ของระบบสุริยะ และนอกจากในระบบสุริยะของเราแล้วก็มีดาวเคราะห์นอกระบบที่มีวงแหวนด้วยเช่นกัน โดยเป็นดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่า “J1407b” ที่มีวงแหวนขนาดใหญ่มหึมามากกว่าวงแหวนของดาวเสาร์ถึง 200 เท่า 

    ข้อมูลแสดงการลดแสงในช่วงปี 2007 / ภาพ : rochester.edu
    "J1407b" เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบ ดาวฤกษ์ J1407 ดาวฤกษ์ที่มีมวลและเป็นประเภทใกล้เคียงกกับดวงอาทิตย์ที่มีระยะห่างจากโลกประมาณ 434 ปีแสง ในกลุ่มดาวคนครึ่งม้า (Centaurus) ดาวเคราะห์ดวงนี้มีมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดีและยังมีวงแหวนขนาดใหญ่ที่มีรัศมีแผ่กว้างกว่า 90 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางรวมเกือบ 180 ล้านกิโลเมตร และประกอบด้วยวงแหวนย่อยมากกว่า 30 ชั้น และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับขนาดระบบสุริยะของเรา วงแหวนของดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีขนาดประมาณวงโคจรของโลกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์มีระยะทางเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร

    ดาวเคราะห์ที่มีวงแหวนขนาดมหึมาดวงนี้ถูกค้นพบโดย เอริค มามาเจค (Eric Mamajek) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ (University of Rochester) และผู้ร่วมศึกษาจากหอดาราศาสตร์ไลเดน (Leiden Observatory) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการ SuperWASP ในปี 2012 โดยวิธี Transit Method เทคนิคทางดาราศาสตร์ที่ใช้ตรวจหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดยอาศัยการวัดความสว่างของดาวฤกษ์ที่ลดลงชั่วคราว เมื่อมีดาวเคราะห์โคจรผ่านตัดหน้าแนวสายตาของเรากับดาวดวงนั้น

    ภาพจำลองวงแหวนของ “J1407b” ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ บดบังดาวฤกษ์ J1407 / ภาพ : rochester.edu - Ron Miller
    “ดาวเคราะห์มีขนาดเล็กกว่าดาวฤกษ์มาก แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์จะทำให้แสงสว่างตกลงเล็กน้อยเป็นจังหวะ นักดาราศาสตร์จะมีการบันทึกและวาดกราฟแสดงความสว่างที่ลดลงเพื่อบันทึกเวลาและขนาดการลดลงของแสง หากเกิดการหรี่ของซ้ำๆ ตามเวลาเดิม จะเป็นข้อมูลที่ช่วยยืนยันคาบวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ และแสงที่หายไปมากหรือน้อยจะเป็นข้อมูลที่สามารถระบุขนาดหรือรัศมีของดาวเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบกับดาวฤกษ์”

    ข้อมูลแสดงการลดแสงในช่วงปี 2007 / ภาพ : rochester.edu
    ในกรณีของ J1407b ดาวเคราะห์ดวงนี้บังแสงดาวฤกษ์ศูนย์กลางถึง 95% เมื่อเทียบกับดาวพฤหัสบุดีดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา สามารถบดบังแสงดวงอาทิตย์ซึ่งดาวฤกษ์ของระบบให้ลดลงได้ประมาณ 1% และการบดบังดาวฤกษ์ของ J1407b ยังมีระยะเวลานานหลายสัปดาห์ แต่เมื่อมอง แต่ใอสังเกตจากโลกจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงสิบนาที ข้อมูลนี้จึงเป็นการยืนยันการมีอยู่ของระบบวงแหวนในดาวเคราะห์ดวงนี้ จนถูกเรียกว่า “ซูเปอร์ดาวเสาร์”

    ทีมนักดาราศาสตร์ยังได้คาดการณ์ประเภทของดาวดวงนี้ว่า เป็นได้ทั้งดาวเคราะห์ก๊าซขนาดยักษ์ หรือเป็นดาวแคระน้ำตาล ที่มีระบบวงแหวนขนาดใหญ่ ที่กำลังก่อตัวขึ้นมาเป็นดวงจันทร์บริวารของดาวในอนาคต ซึ่งจะมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนของระบบดาว

    ภาพดาวเสาร์จากกล้องกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) / ภาพ : NASA
    ข้อมูล - ภาพอ้าง
    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
    - science.nasa.gov (J1407b : Super Saturn)
    - rochester.edu (Gigantic ring system around J1407b much larger, heavier than Saturn’s)