iPhone ขึ้นข้อความนี้อย่ามองข้าม! Apple เตือนอาจตกเป็นเป้าหมาย Spyware
iPhone เป็นอีกมือถือที่ฉลาดและมักจะเตือนเก่ง แต่ว่ารู้หรือไม่ว่า ในต่างประเทศ มีการค้นพบว่า Apple ส่งการแจ้งเตือนของ Threat Notification พร้อมแนะนำให้ดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องข้อมูลและอุปกรณ์ ทำให้หลายคนบอกว่า จริงๆ แล้วมันปลอดภัยจริงไหม?
วันนนี้ Sanook Hitech จะพาคุณมารู้จักการแจ้งเตือนนี้ให้คุณได้รู้กัน
Apple Threat Notification คืออะไร?
Apple Threat Notification เป็นระบบแจ้งเตือนที่ Apple สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วย Mercenary Spyware หรือสปายแวร์เชิงพาณิชย์ระดับสูง
การโจมตีประเภทนี้แตกต่างจากมัลแวร์ทั่วไปที่มักพยายามกระจายไปยังคนจำนวนมาก เพราะ Mercenary Spyware มักใช้ทรัพยากรและเงินทุนสูงมากในการโจมตีบุคคลเพียงไม่กี่รายอย่างเจาะจง Apple ระบุว่า กลุ่มที่มักตกเป็นเป้าหมายในอดีต ได้แก่ นักข่าว นักเคลื่อนไหว นักการเมือง และนักการทูต โดยอาจถูกเลือกเป็นเป้าหมายจากตัวตนหรือสิ่งที่บุคคลนั้นทำ
อย่างไรก็ตาม การได้รับข้อความเตือนไม่ได้หมายความว่า Apple ยืนยันว่า iPhone ถูกเจาะสำเร็จแล้ว 100% แต่หมายถึง Apple ตรวจพบกิจกรรมที่สอดคล้องกับการโจมตีแบบเจาะจง และเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือสูงพอที่จะเตือนเจ้าของบัญชี
แล้วเกี่ยวอะไรกับ Pegasus?
หนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักการโจมตีประเภทนี้คือ Pegasus ซึ่งเป็นสปายแวร์ที่พัฒนาโดย NSO Group บริษัทจากอิสราเอล
Pegasus ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเครื่องมือสำหรับหน่วยงานภาครัฐและการบังคับใช้กฎหมาย แต่ที่ผ่านมาเกิดข้อถกเถียงอย่างมากจากรายงานที่พบการนำเทคโนโลยีประเภทนี้ไปใช้กับนักข่าว นักกิจกรรม นักการเมือง และบุคคลอื่นๆ
ความน่ากลัวของสปายแวร์ระดับนี้คือ การโจมตีบางรูปแบบสามารถอาศัยช่องโหว่ที่ซับซ้อนมาก และอาจไม่ต้องให้เหยื่อกดลิงก์หรือติดตั้งแอปแปลกๆ ก่อนเสมอไป ซึ่งเรียกการโจมตีบางลักษณะว่า Zero-Click Attack
อย่างไรก็ตาม หากคุณได้รับ Apple Threat Notification อย่าเพิ่งสรุปว่าโดน Pegasus เพราะ Apple ไม่ได้ระบุว่าการแจ้งเตือนแต่ละครั้งเกิดจากสปายแวร์ตัวใด ผู้โจมตีรายใด หรือมาจากประเทศใด

รายงานล่าสุดระบุว่า Apple ได้ส่ง Threat Notification ชุดใหม่ไปยังผู้ใช้ที่บริษัทเชื่อว่าอาจตกเป็นเป้าหมายของ Mercenary Spyware โดยการแจ้งเตือนรอบนี้ครอบคลุมผู้ใช้ใน 110 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Apple ส่งคำเตือนประเภทนี้ เพราะบริษัทดำเนินการแจ้งเตือนผู้ใช้มาตั้งแต่ปี 2021 และ Apple ระบุว่าจนถึงปัจจุบันเคยแจ้งเตือนผู้ใช้ในมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลกแล้ว
ถ้าได้รับข้อความนี้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นของจริง?
จุดนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเรื่อง Apple Threat Notification กลายเป็นข่าว มิจฉาชีพก็อาจนำข้อความลักษณะเดียวกันไปใช้สร้าง Phishing ได้
Apple ระบุว่า หากตรวจพบการโจมตีที่เข้าข่าย บริษัทจะมีการแจ้งเตือนผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องกับ Apple Account และสามารถตรวจสอบสถานะได้โดยตรงจากบัญชี Apple ของตัวเอง
วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยที่สุดคือเข้า account.apple.com ด้วยตัวเอง โดยไม่กดลิงก์จากข้อความหรืออีเมลที่ได้รับ หาก Apple ส่ง Threat Notification มาจริง จะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏอยู่ด้านบนหลังจากเข้าสู่ระบบ
Apple ยังย้ำว่า Threat Notification ของจริงจะไม่ขอให้ผู้ใช้ทำสิ่งเหล่านี้ผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์
- กดลิงก์เพื่อแก้ไขปัญหา
- เปิดไฟล์แนบ
- ติดตั้งแอปหรือ Configuration Profile
- บอกรหัสผ่าน Apple Account
- บอกรหัสยืนยันตัวตนหรือ Verification Code
ดังนั้นหากมีข้อความอ้างว่าเป็น Apple แล้วเร่งให้กดลิงก์ กรอกรหัสผ่าน หรือส่ง OTP ให้ ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ
ถ้าได้รับ Apple Threat Notification ของจริง ต้องทำอย่างไร?
ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคำเตือนจาก Apple จริง อย่าเพิกเฉย และควรดำเนินการตามคำแนะนำของ Apple โดยเร็ว
1. อัปเดต iPhone และอุปกรณ์ Apple ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ตรวจสอบ Software Update และติดตั้งระบบปฏิบัติการล่าสุดที่อุปกรณ์รองรับ เพราะการอัปเดตระบบจะรวม Security Update สำหรับอุดช่องโหว่ที่ค้นพบใหม่ด้วย
2. เปิด Lockdown Mode
Apple มี Lockdown Mode ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ระดับสูง
บน iPhone สามารถเข้าไปที่ Settings > Privacy & Security > Lockdown Mode และเปิดใช้งานได้
เมื่อเปิดแล้ว ระบบจะจำกัดความสามารถบางอย่างของ Messages, Safari, FaceTime และบริการอื่นๆ เพื่อลดพื้นที่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้เจาะระบบได้ ดังนั้นการใช้งานบางอย่างอาจไม่สะดวกเหมือนปกติ แต่แลกกับการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น
3. ตรวจสอบอุปกรณ์อื่นที่ใช้ Apple Account เดียวกัน
หากมี iPad, Mac หรือ Apple Watch ที่เชื่อมโยงกับบัญชีเดียวกัน ควรตรวจสอบและอัปเดตอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย เพราะเป้าหมายของผู้โจมตีคือ “บุคคล” ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่ iPhone เพียงเครื่องเดียว
4. ระวังข้อความและไฟล์ที่ได้รับมากกว่าปกติ
แม้การโจมตีระดับสูงบางชนิดไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กดอะไร แต่ก็ยังควรเพิ่มความระมัดระวังกับลิงก์ ไฟล์แนบ คำเชิญ FaceTime หรือข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก
5. หากเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณเป็นนักข่าว นักกิจกรรม นักการเมือง นักการทูต หรือบุคคลที่มีเหตุผลให้เชื่อว่าตัวเองอาจตกเป็นเป้าหมายจริง Apple แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยดิจิทัล ไม่ควรพยายามวิเคราะห์หรือจัดการเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง
คนใช้ iPhone ทั่วไปต้องกลัวไหม?
ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เพราะ Apple ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีประเภท Mercenary Spyware
เหตุผลสำคัญคือการโจมตีเหล่านี้มีต้นทุนสูง มีความซับซ้อน และมักใช้กับเป้าหมายจำนวนน้อยอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่มัลแวร์ทั่วไปที่ผู้โจมตีพยายามส่งหาเหยื่อครั้งละหลายล้านคน
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่ควรทำคืออัปเดต iPhone ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ตั้ง Passcode ที่ปลอดภัย เปิด Two-Factor Authentication ของ Apple Account ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละบริการ ดาวน์โหลดแอปจาก App Store และหลีกเลี่ยงลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก
สรุป เห็น Apple Threat Notification ต้องตกใจไหม?
เรียกว่าทั้งหมดที่ทางทีมได้บอกคุณต้องบอกว่าถ้า iPhone ของคุณมีคำเตือน Apple Threat Notification เกี่ยวกับ Mercenary Spyware สิ่งแรกที่ต้องทำคือ อย่าเพิ่งกดลิงก์ใดๆ จากข้อความที่ได้รับ และเข้าไปตรวจสอบที่ account.apple.com ด้วยตัวเองว่า Apple มีคำเตือนอยู่ในบัญชีจริงหรือไม่
แต่อย่างไรก็ตามการแจ้งเตือนนี้จะไม่ได้รับทุกคนถ้าไม่ได้กดอะไรมั่วๆ แต่ถ้าได้มารีบแก้ก่อนจะสายดีกว่า