Infineon เปิดโรงงาน Backend ระดับภูมิภาคใหม่ในไทย
Infineon Technologies ขยายฐานการผลิตในไทย เปิดศูนย์ Backend Manufacturing แห่งใหม่ที่สมุทรปราการ โดยใช้พลังงานสีเขียว 100% คาดว่าจะเพิ่มการจ้างงานทักษะสูงถึง 1,000 ตำแหน่งใน Module A ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณบวกต่อซัพพลายเชนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ต้องเตรียมพร้อมรองรับกำลังการผลิตที่ขยายตัว
ดีมานด์ชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์และพลังงานสะอาดที่กำลังพุ่งทะยาน ผลักดันให้อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) ตัดสินใจปักหมุดฐานยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัวโรงงานประกอบและทดสอบชิป (Backend) ระบบอัตโนมัติแห่งแรกในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยมูลค่าลงทุนเริ่มต้นกว่า 100 ล้านยูโร เพื่อยกระดับขีดความสามารถการผลิตระดับโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นาย Michael Reiffenstuel เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และ มร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของอินฟินีออน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ไทย
โรงงานอัจฉริยะระบบอัตโนมัติและพลังงานสีเขียว 100%
โรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการถูกออกแบบในรูปแบบ Greenfield Project โดยมีความพิเศษคือเป็นโรงงานระบบอัตโนมัติ (Autonomous Factory) แห่งแรกของบริษัท ที่ผสานกระบวนการทดสอบเวเฟอร์ (Wafer Testing) การผลิต Power Module และการทดสอบวงจรรวม (IC) ไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน โรงงานแห่งนี้เดินเครื่องด้วยพลังงานไฟฟ้าสีเขียว 100% พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ระบบหมุนเวียนน้ำ และระบบกักเก็บน้ำฝน เพื่อตอบสนองนโยบายการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในระยะเริ่มต้น โรงงานโมดูล A นี้มีการจ้างงานบุคลากรราว 350 ตำแหน่ง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 ตำแหน่งเมื่อกำลังการผลิตเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่มีการออกแบบเผื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตสูงสุดถึง 5 โมดูล (เฟส)
ยกระดับทักษะแรงงานและวิจัยเชิงลึก
นอกเหนือจากสายการผลิตฮาร์ดแวร์แล้ว อินฟินีออนยังมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านแผนการส่งบุคลากรไทยกว่า 130 คนไปฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ พร้อมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำในการพัฒนาหลักสูตรไม่น้อยกว่า 60 วิชา เปิดรับนักศึกษาปริญญาตรีเข้าร่วมฝึกอบรมกว่า 1,100 ตำแหน่ง และขับเคลื่อนโครงการวิจัยเทคโนโลยี Power Module ร่วมกันถึง 680 โครงการ รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันวิจัยในประเทศอีกกว่า 18 แห่ง
มร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของอินฟินีออน กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยผลักดันระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับบทบาทของเราในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางอาชีพและตำแหน่งงานทักษะสูงสำหรับคนรุ่นใหม่”