Hyundai แซง Ford ยอดขายขึ้นที่ 3 ในสหรัฐฯ หลังรถไฮบริดขายดี ช่วงแบรนด์เจ้าถิ่นเครื่องสะดุด - Marketeer Online


ค็อกซ์ ออโตโมทีฟ บริษัทที่ปรึกษา วิเคราะห์ข้อมูล และประเมินราคาในอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ คาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ 

ฮุนได จะทำยอดขายในสหรัฐฯ ได้ราว 511,000 คัน เพิ่มขึ้นมา 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

สวนทางกับ ฟอร์ด ที่อาจทำยอดขายได้ราว 504,000 คัน ลดลงไป 7.1% ตามกรอบเวลาเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ฮุนไดแซงฟอร์ดในตลาดสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก 

พร้อมขึ้นมาเป็นค่ายรถที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 ของสหรัฐฯ แม้ยังห่างจากอันดับ 1 และ 2 อย่างจีเอ็มและโตโยต้าอยู่พอสมควรก็ตาม 

หมุดหมายสำคัญของฮุนไดครั้งนี้มาจาก มีรถไฮบริดให้เลือกหลายรุ่น เช่น ทูซอน ไฮบริด ซานตาเฟ ไฮบริด และเอลันตรา ไฮบริด

ขณะที่แบรนด์ลูกอย่างเกีย ก็มีรถไฮบริดให้เลือกพอสมควรเช่นกัน สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในสหรัฐฯ 

ต่างจากฟอร์ดที่มีเพียงรุ่น มาเวอริก และ เอฟ-150 ซ้ำร้ายสายการผลิตของรุ่นหลังยังเจอเหตุไฟไหม้โรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนถึง 2 ครั้งในปีที่ผ่านมา จนกระทบต่อสายการผลิตและยอดขายอย่างหนักอีกด้วย

โฮเซ มูโญซ ซีอีโอฮุนไดชาวอเมริกันที่เพิ่งเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อปี 2025 เคยกล่าวไว้ว่า เชื่อในบริษัทในความดูแลว่าจะแซงคู่แข่งที่เป็นบริษัทเจ้าถิ่นได้อยู่แล้ว 

แต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักเพราะฮุนไดคือบริษัทยานยนต์ที่ทำยอดขายรวมได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยหลังจากนี้มุ่งมั่นพัฒนา และผลิตรถที่ปลอดภัยที่สุด และมีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้าต่อไป 

สำหรับ ฮุนได เข้ามาเปิดตลาดในสหรัฐฯ ในปี 1986 จากนั้นในปี 1993 เกียซึ่งเป็นแบรนด์ลูกก็ตามมา โดยช่วงแรกทั้งสองแบรนด์เน้นกลยุทธ์ชูนวัตกรรมรถยนต์ราคาย่อมเยา

เพื่อเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าค่ายรถเจ้าถิ่น และตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดของ โตโยต้า แบรนด์รถญี่ปุ่นที่ขณะนั้นยอดขายกำลังเติบโตในสหรัฐ

จากนั้น ผู้บริหารของฮุนไดระบุว่า บริษัทได้ผ่านการปฏิวัติองค์กรครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่การยกเครื่องคุณภาพการผลิต การดีไซน์ ปรับโฉมโลโก้ ไปจนถึงการปรับปรุงโชว์รูมตัวแทนจำหน่าย เพื่อสลัดภาพจำเดิมๆ 

จนช่วงไม่กี่ปีมานี้ก้าวสู่การได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์รถที่ราคาคุ้มค่าระดับพรีเมียมในสายตาผู้บริโภคยุคปัจจุบัน 

ต่อมาในปี 2022 ฮุนไดก็แซงฮอนด้า แบรนด์รถญี่ปุ่นอีกแบรนด์ที่อยู่ในตลาดรถสหรัฐฯ มานาน 

ความสำคัญของตลาดสหรัฐฯ ต่อฮุนได ไม่ได้มาจากอยู่ในตลาดนี้มานานเท่านั้น แต่ยังมาจากเพิ่งทุ่มลงทุนในสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างและขยายโรงงาน ตามแผนฐานกำลังการผลิต 

ท่ามกลางส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยครึ่งแรกของปี 2026 ส่วนแบ่งตลาดของฮุนไดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 11.8% และล่าสุดมีแนวโน้มว่าฮุนใดจะทำยอดขายแซง ฟอร์ด แบรนด์รถเจ้าถิ่น 

ทั้งนี้ฮุนไดเพิ่งคว้าความสำเร็จสำคัญในระดับโลก ด้วยการเป็นบริษัทยานยนต์ที่ทำยอดขายได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2026 (นับรวมแบรนด์รถในเครือทั้งหมดคือ ฮุนได เกีย และเจเนซิส) ด้วยจำนวนรถที่ขายได้ทั่วโลกประมาณ 7.27 ล้านคัน / cnbc