HSBC และ Ant ทดสอบ AI ทำธุรกรรมโทเคนไมโครเพย์เมนต์สำเร็จ ปูทางสู่อนาคตการเงินยุคใหม่
- หน้าหลัก
- หุ้น
- Cryptocurrency
HSBC และ Ant ทดสอบ AI ทำธุรกรรมโทเคนไมโครเพย์เมนต์สำเร็จ ปูทางสู่อนาคตการเงินยุคใหม่
เผยแพร่: 11 ต.ค. 2569 16:43 ปรับปรุง: 11 ต.ค. 2569 16:43 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
HSBC และ Ant Digital Technologies ประสบความสำเร็จในการทดสอบที่ใช้ระบบให้ AI agent เลือกบริการดิจิทัลและชำระเงินแบบไมโครเพย์เมนต์ด้วยเงินฝากโทเคน (tokenized deposit) โดยชำระดุลแบบเรียลไทม์บนบล็อกเชนเทสต์เน็ต ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำว่านี่เป็นเพียงการทดสอบทางเทคนิค ยังไม่ใช่การเปิดตัวเชิงพาณิชย์ ธุรกรรมแต่ละรายการมีมูลค่าต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ แต่นัยยะของการทดลองใหญ่กว่าตัวเลขมาก เพราะเป็นความพยายามวางโครงสร้างพื้นฐานการเงินให้ซอฟต์แวร์ทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การทดสอบประกอบด้วยสามองค์ประกอบ HSBC ให้บริการ Tokenised Deposit Service พร้อมระบบตรวจสอบความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ส่วน Ant Digital ใช้เครือข่าย Anvita Flow ทำหน้าที่ให้ AI agent ค้นหาและเข้าถึงบริการ ทั้งหมดรันบน Jovay Testnet ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมทดสอบบล็อกเชนเลเยอร์ 2 ผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายสาธิตคือ AI agent เลือกบริการดิจิทัลและจ่ายเงินสำเร็จโดยไม่ต้องมีมนุษย์กดยืนยัน
HSBC ไม่ใช่ธนาคารรายเดียวที่กำลังลองทาง เดือนมีนาคม Santander ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสเปน ทำธุรกรรมที่ AI agent เป็นผู้เริ่มสำเร็จผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Agent Pay ของ Mastercard บนระบบชำระเงินจริงของธนาคารในสภาพแวดล้อมควบคุม ต่อมาเดือนพฤษภาคม Sygnum ธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัลของสวิตเซอร์แลนด์ ทดสอบธุรกรรมที่ AI agent ขับเคลื่อนบนเมนเน็ตบล็อกเชน โดยกำหนดให้ลูกค้าต้องอนุมัติและเซ็นทุกรายการ ขณะที่ CaixaBank ก็ทำธุรกรรมบัตรที่ AI agent เป็นผู้เริ่มสำเร็จผ่าน Visa Intelligent Commerce ธนาคารทั้งสี่แห่งเลือกวิธีต่างกัน แต่โจทย์เดียวกัน คือจะให้ซอฟต์แวร์จ่ายเงินได้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนเชื่อว่าธนาคารเดิมจะปรับตัวทัน ล่าสุด เฟอร์ดินานด์ ดาบิตซ์ (Ferdinand Dabitz) ซีอีโอ Augustus Bank ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง Cointelegraph เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ธนาคารเคลียริงแบบดั้งเดิมพึ่งพาระบบเก่าที่มีมานานหลายทศวรรษที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานของมนุษย์ ไม่ใช่ธุรกรรมอัตโนมัติตลอดเวลา Augustus กำลังสร้างธนาคารสหรัฐที่ใช้ stablecoin และการดำเนินงานด้วย AI เป็นแกนหลัก บนความเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างใหม่เฉพาะทางจะเข้ามาแทนที่ส่วนหนึ่งของระบบธนาคารเดิมได้
ด้านบริษัทวิจัย Citrini Research ออกรายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมในชื่อ Breaking The Wall ชี้ว่า AI agent ที่ทำธุรกรรมอัตโนมัติอาจเพิ่มอุปสงค์ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบโปรแกรมได้ โดยระบุว่า "AI agent เคลื่อนที่แบบโปรแกรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงข้ามแอปพลิเคชัน เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ในที่สุดเงินและสินทรัพย์ทางการเงินก็จะเคลื่อนที่แบบเดียวกัน" ข้อสังเกตนี้ตรงกับแนวคิดที่เห็นในหลายโครงการก่อนหน้า ทั้งการที่ Swift เปิดบัญชีแยกประเภทบนบล็อกเชนสำหรับโอนเงินตลอด 24 ชั่วโมง และการที่ The Clearing House ของสหรัฐเปิดแพลตฟอร์มเคลียริงเงินฝากโทเคน
จุดที่เป็นความท้าทายของเศรษฐกิจที่ให้ AI จ่ายเงินแทนมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีการโอนเท่านั้น แต่อยู่ที่ใครรับผิดชอบเมื่อ AI จ่ายผิด จ่ายซ้ำ หรือถูกหลอกให้จ่ายให้ปลายทางที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ผู้ใช้ DeFi ถูกดูดเงินเพราะกดยืนยันโดยไม่อ่านเส้นทางธุรกรรม หาก AI agent ทำหน้าที่กดยืนยันแทนมนุษย์ ช่องโหว่ลักษณะเดียวกัน อาจขยายขนาดขึ้นหลายเท่า การที่ HSBC ใส่ระบบตรวจสอบความเสี่ยงแบบเรียลไทม์เข้าไปในการทดสอบ จึงไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย แต่เป็นหัวใจของการออกแบบ
สำหรับไทยและอาเซียน ความเคลื่อนไหวนี้มีนัยยะสำคัญที่ควรจับตามองในสองประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก Ant Digital เป็นเครือข่ายเทคโนโลยีการเงินในเครือกลุ่ม Ant ที่มีฐานเชื่อมโยงกับระบบชำระเงินในหลายประเทศเอเชีย และ HSBC มีเครือข่ายสาขาและลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ในภูมิภาค หากโมเดลนี้ผ่านการทดสอบสู่การใช้งานจริง ธนาคารไทยจะเผชิญแรงกดดันให้เตรียมโครงสร้างรองรับธุรกรรมจาก AI agent
ขณะที่ประเด็นที่สอง ธปท. และ ก.ล.ต. ต้องเริ่มคิดว่ากรอบกำกับดูแลปัจจุบันซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์จะรองรับ "ผู้ชำระเงินที่เป็นซอฟต์แวร์" ได้อย่างไร ทั้งเรื่องความรับผิด การยืนยันตัวตน และการป้องกันการฟอกเงิน สิ่งที่ต้องติดตามคือ ธนาคารรายใดจะเป็นรายแรกที่ย้ายจากการทดสอบเทคนิคสู่การเปิดบริการให้ลูกค้าจริง