ทำไม HIV ถึงระบาดหนักในฟิจิ หลังรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน คนรุ่นใหม่ติดเชื้อมากที่สุด

ฟิจิกำลังเผชิญการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส HIV ครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า ซึ่งคาดว่า มีผู้ป่วย HIV มากกว่า 9,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนประชากรผู้ใหญ่ 1 ใน 60 คน

  • สถานการณ์ HIV ในฟิจิตอนนี้
  • ทำไม HIV ถึงแพร่ระบาดหนักในฟิจิ?
  • เดิมพันกับ PrEP รุ่นใหม่

อนึ่ง วิกฤตดังกล่าวมีที่มาจากการแพร่ระบาดของคริสตัลเมท สารเสพติดจากอเมริกาใต้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้มีการป้องกัน รวมถึงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในหมู่คนกลุ่มหนุ่มสาว

สถานการณ์ HIV ในฟิจิตอนนี้

ในช่วงเดือนกันยายน รัฐบาลฟิจิประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับชาติ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของโครงการร่วมสหประชาชาติเกี่ยวกับเอชไอวี (UNAIDS) ระบุว่า ฟิจิพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2025 ถึง 2,016 คน หรือคิดเป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 27% จากปี 2024 และสูงกว่าปี 2010 ถึง 12 เท่า

เบื้องต้น มีการคาดการณ์ว่า มีผู้ป่วยโรค HIV ในฟิจิ 9,100 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 60 หากคำนวณจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ 9.3 แสนคน ทว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้น ซึ่งคาดว่า มีผู้ป่วย 1.2 หมื่นคน หากแต่มีเพียง 5,676 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

อนึ่ง UNAIDS ยังระบุเพิ่มเติมว่า มีเพียงประชากร 39% ที่รู้ตัวว่าป่วยเป็น HIV ทำให้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลขั้นต่อไป คือ การตรวจหาเชื้อในพลเมือง และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา

รายงานระบุว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มคนหนุ่มสาว โดยผู้ติดเชื้อ 2 ใน 3 ของประเทศ อยู่ที่กลุ่มอายุ 20-34 ปี ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในกลุ่มอายุ 15-34 ปี

นอกจากนี้ วิกฤตยังขยายไปถึงแม่และเด็ก หลังในปี 2025 พบว่า มีทารก 59 คนเกิดมาพร้อมเชื้อ HIV ขณะที่ปัจจุบัน หญิงตั้งครรภ์ 2 ใน 100 คน มีเชื้อ HIV ทำให้ เจสัน มิตเชลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ระบุในการประชุม AIDS 2026 ว่า ฟิจิกำลังเผชิญการแพร่ระบาดของ HIV เร็วที่สุดในโลก

มิตเชลล์ประเมินว่า ฟิจิอาจต้องใช้เวลาระหว่าง 5-10 ปี ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมทั้งประเมินว่า ในช่วงแรก อาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มยิ่งขึ้นอีกด้วย

ทำไม HIV ถึงแพร่ระบาดหนักในฟิจิ?

การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของ HIV ในฟิจิ เป็นผลจากหลายปัญหาที่ซ้อนทับกัน ทั้งการใช้คริสตัลเมทในกลุ่มคนหนุ่มสาว การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ตลอดจนข้อจำกัดในการเข้าถึงการตรวจและการรักษา

สำหรับประเด็นคริสตัลเมท ฟิจิถือเป็นเส้นทางผ่านของสารเสพติดจากอเมริกาใต้ไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มานาน โดยหลังการแพร่ระบาดของโควิด การใช้เมทแอมเฟตามีนภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังชาวฟิจิจำนวนมากตกงาน ถูกลดชั่วโมงการทำงาน และต้องอยู่บ้าน

ขณะเดียวกัน มีข้อสันนิษฐานว่า ข้อจำกัดด้านการเดินทางและการควบคุมชายแดน ทำให้สารเสพติดที่ต้องถูกส่งไปต่างประเทศ ตกค้างอยู่ในฟิจิ และก่อให้เกิดตลาดยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านั้นแทบไม่มีอยู่เลย

รายงานจาก NPR ระบุว่า ผลกระทบจากโควิดยังทำให้คนอายุน้อยหันมาใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น โดยในบางชุมชน มีเด็กอายุ 9 ปีที่ใช้ยาเสพติดแบบฉีด ขณะเดียวกัน ยังพบพฤติกรรมอย่าง Bluetoothing หรือ Hotspotting ซึ่งเป็นการใช้สารเสพติดผ่านเลือด กล่าวคือ ผู้ใช้คนแรกจะฉีดยาเข้าสู่ร่างกายก่อน จากนั้น อีกคนจะนำเลือดของผู้ใช้ยาคนแรกมาฉีดเข้าสู่ร่างกายในเวลาต่อมา

มีคำอธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นวิธีการใช้ยาในกลุ่มประชากรยากจน ขณะที่การเข้าถึงเข็มสะอาดในฟิจิยังมีข้อจำกัด โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพยายามลดการเข้าถึงเข็มเพื่อควบคุมการใช้ยาเสพติด แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจกลับยิ่งผลักให้เกิดการใช้เข็มหรือเลือดร่วมกันมากขึ้น

นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ประมาณ 50% ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่อัตราการใช้ถุงยางอนามัยยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลในปี 2021 จะพบว่า ในกลุ่มประชากรอายุ 15-49 ปี ที่มีคู่นอนหลายคน มีเพียงผู้ชาย 24% และผู้หญิง 9% ที่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด

NPR ยังระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้การควบคุม HIV ในฟิจิเป็นไปได้ยาก เป็นเพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังไม่รู้สถานะของตัวเอง และเข้าไม่ถึงการรักษา ขณะที่ข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ก็เป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากประชากรฟิจิกระจายตัวอยู่บนเกาะมากกว่า 100 แห่ง ขณะที่ศูนย์รักษา HIV มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ผู้มีความเสี่ยงจำนวนหนึ่งต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการตรวจหรือรับยา

เดิมพันกับ PrEP รุ่นใหม่

อย่างไรก็ตาม ฟิจิยังมีความหวังหนึ่งอย่าง คือ การเข้าถึง PrEP หรือยาป้องกัน HIV ก่อนสัมผัสเชื้อ โดยรายงานระบุว่า ฟิจิกำลังจะได้รับยา lenacapavir หรือ PrEP ชนิดฉีดป้องกัน HIV ในระดับ 100%

นอกจากนี้ คลินิกฝากครรภ์ยังมีแผนใช้วงแหวนสอดช่องคลอดกับหญิงที่ตั้งครรภ์ เพื่อค่อยๆ ปล่อยยาต้านไวรัส โดยหวังว่า จะช่วยป้องกันเชื้อ HIV จากคู่ครอง ท่ามกลางความตระหนักของรัฐบาลว่า มาตรการเหล่านี้เป็นเรื่องด่วน เพราะหากการติดเชื้อยังคงดำเนินต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ฟิจิอาจมีผู้ติดเชื้อ HIV สูงถึง 2.5 หมื่นคนในปี 2029

ไซโลซี โซโก (Sailosi Soqo) แพทย์ในทีมรับมือ HIV ระดับชาติของฟิจิ เตือนว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจผลักระบบสาธารณสุขที่เปราะบางอยู่แล้วของประเทศไปสู่จุดวิกฤต โดยย้ำว่า เวลาไม่ได้อยู่ข้างทุกคน ซึ่งขณะนี้ โรงพยาบาลหลักทุกแห่งมีผู้ป่วยล้นและขาดแคลนบุคลากรเรื้อรัง

“ลองจินตนาการดูว่า อีกสามปีข้างหน้าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราจำเป็นต้องเร่งดำเนินการมากกว่านี้ตั้งแต่ตอนนี้” เขาย้ำ

แฟ้มภาพ: Kitsawet Saethao / Shutterstock

อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

อัยย์ลดา แซ่โค้ว

Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD