“ทิสโก้” ชี้เวียดนามเข้า FTSE Emerging เปิดทางฟันด์โฟลว์ ลุ้นเงินไหลเข้า 6 พันล้านเหรียญ


บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า  เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 FTSE Russell ประกาศยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามจาก Frontier Market สู่ Secondary Emerging Market อย่างเป็นทางการ หลังเวียดนามเดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดข้อจำกัดด้าน Pre-funding และการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงตลาดสำหรับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ

การยกระดับดังกล่าวส่งผลให้หุ้นเวียดนามสามารถเข้าสู่ดัชนีระดับโลกของ FTSE Russell อาทิ FTSE Emerging และ FTSE All-World ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุนทั่วโลก และคาดว่าจะช่วยเปิดทางให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้น โดย FTSE Russell จะทยอยเพิ่มน้ำหนักหุ้นเวียดนามในดัชนีอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2570 แบ่งเป็นเดือนกันยายน 2569 ที่ 10% เดือนมีนาคม 2570 ที่ 20% และเดือนมิถุนายน 2570 และกันยายน 2570 ที่ 35% ตามลำดับ

ทั้งนี้ Reuters ประเมินว่า การยกระดับสถานะของตลาดหุ้นเวียดนามอาจช่วยดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดได้สูงถึงประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วงวันที่ 14-18 กันยายน 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิหุ้นเวียดนามประมาณ 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปียังคงเป็นการขายสุทธิ

สำหรับเป้าหมายถัดไปของตลาดหุ้นเวียดนาม คือการยกระดับเข้าสู่ดัชนี MSCI Emerging Market โดยเวียดนามยังจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นข้อจำกัดด้าน Foreign Ownership Limit (FOL) และ Free Float เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนต่างชาติ

โดยมองว่า การเข้าสู่ FTSE Emerging Market ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Fund Flow เชิงโครงสร้าง และเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นเวียดนาม ทั้งจากเม็ดเงิน Passive Fund Flow ที่มีโอกาสเข้ามาโดยตรงในระยะสั้น รวมถึงโอกาสดึงดูด Active Fund Flow และสนับสนุนการ Re-rating ของค่า P/E ตลาดในระยะกลางถึงระยะยาว

ในระยะสั้น กองทุนดัชนีที่ลงทุนในหุ้นเวียดนามมีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะกองทุนที่มี Exposure ต่อหุ้นที่ FTSE Russell ประกาศเบื้องต้นว่าจะนำเข้าสู่ FTSE Emerging Index ได้แก่ VCB, VIC, VHM, BID และ VPB ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงซื้อจากกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนตามดัชนี

สำหรับกองทุนที่ บล.ทิสโก้แนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (PRINCIPAL VNEI-A) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามและมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม Fund Flow ที่เพิ่มขึ้นภายหลังการยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ FTSE Emerging Market

Back to top button