ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE 100 ปิดลบ 0.1% หลังหุ้น AstraZeneca ร่วงหนักจากกระแสข่าว M&A : อินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ (3 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้น AstraZeneca หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการกับ Bristol Myers Squibb ผู้ผลิตยาจากสหรัฐฯ แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนโดยรวมจะได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,857.70 จุด ลดลง 10.35 จุด หรือ -0.10%

ราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักช่วยหนุนตลาดหุ้นอังกฤษและตลาดหุ้นทั่วโลก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า จะชะลอการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ เพื่อเปิดทางให้เกิดข้อตกลงอย่างรวดเร็วในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

แรงหนุนดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้าน ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้นตามการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ โดยหุ้น Vistry Group พุ่งขึ้นเกือบ 8% ขณะที่หุ้น Bellway และหุ้น Persimmon ปรับตัวขึ้น 2.8% และ 2.1% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แรงบวกดังกล่าวถูกกลบด้วยการร่วงลงของหุ้น AstraZeneca ซึ่งดิ่ง 8.9% หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังหารือควบรวมกิจการกับ Bristol Myers Squibb เพื่อจัดตั้งบริษัทยารายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มีมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ AstraZeneca เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 100

นักวิเคราะห์รายหนึ่งมองว่า ตลาดยังตอบรับข่าวดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการควบรวมกิจการขนาดใหญ่มักเผชิญความท้าทายทั้งในด้านการผสานการดำเนินงานและการหลอมรวมวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ S&P Global ระบุว่า ภาคการผลิตของอังกฤษขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ในเดือนก.ค. แต่เป็นการขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 4 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าสงครามอิหร่านเริ่มกลับมากดดันภาคการผลิตอีกครั้งในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

ด้านหุ้น Clarkson บริษัทผู้ให้บริการด้านการขนส่งทางเรือของอังกฤษ พุ่งขึ้น 8.9% มากที่สุดในบรรดาหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอน หลังบริษัทเปิดเผยมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการตลอดทั้งปี

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช