เมืองไทยประกันชีวิต ขยายระบบ Fax Claimในรพ.รัฐ ทั้งผู้ป่วยใน-นอก-คลินิกพรีเมียม
ยุคนี้ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินต้องเข้าโรงพยาบาล แม้จะมีประกันสุขภาพแต่บางเคสอาจต้องควักเงินตัวเองจ่ายไปก่อน วันนี้ Thairath Money ชวนมาทำความเข้าใจสิทธิ "ไม่ต้องสำรองจ่าย" สำหรับคนมีประกันสุขภาพถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้จัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น
เข้ารพ.รัฐต้องออกเงินไปก่อน ค่อยไปเบิกประกัน?
หลายคนเคยไปรักษาตัวในโรงพยาบาลรัฐ แต่ก็เจอปัญหาว่า "ต้องสำรองจ่ายเงินสดออกไปก่อน" หลังจากนั้นต้องขอเอกสาร, ประวัติการรักษา, ใบเสร็จ และใบรับรองแพทย์ เพื่อไปเบิกกับบริษัทฯ ที่มีประกันสุขภาพอยู่ เรียกว่าเจ็บป่วยว่าเหนื่อยแล้ว ยังต้องสำรองเงินฉุกเฉิน และยุ่งเรื่องเอกสารเพื่อส่งเรื่องให้บริษัทประกันฯ อีก
แต่ตอนนี้มีหลายบริษัทประกันภัยที่เริ่มขยายสิทธิเคลมประกันสุขภาพแบบ “ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด” ในโรงพยาบาลรัฐ ข้อดีคือ ผู้ป่วยไม่ต้องจ่ายเงินสดเองในการรักษา แต่ให้โรงพยาบาลส่งเคลม, เอกสารไปที่ให้ทางบริษัทประกันฯ โดยตรง ซึ่งระบบนี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับโรงพยาบาลเอกชนอยู่แล้ว
หนึ่งในระบบที่โรงพยาบาลใช้กันคือ iClaim ระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพในรูปแบบดิจิทัลของบริษัท ไวท์พลาย จำกัด ซึ่งจะเชื่อมให้โรงพยาบาลประสานข้อมูลค่ารักษาพยาบาลและเอกสารทางการแพทย์กับบริษัทประกันโดยตรง
แต่ในฐานะผู้ซื้อประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องรู้คือ “ไม่ใช่ทุกเคส” ที่ใช้สิทธิ Fax Claim (ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด) ได้เพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและความคุ้มครองในกรมธรรม์ หรืออยู่ที่โรงพยาบาลนั้นมีระบบเชื่อมโยงกับบริษัทประกันฯ ที่เราซื้อไว้หรือเปล่า ดังนั้นก่อนจะใช้บริการไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด ควรเช็กกับทางโรงพยาบาลก่อนเสมอเงื่อนไขที่บริษัทประกันฯ อาจยกเว้นไม่ให้ใช้สิทธิ Fax Claim ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันยังอยู่ในระยะเวลารอคอย (Waiting Period) อย่างโรคทั่วไปมักมี Waiting Period อยู่ที่ 30 วัน หรือโรคเฉพาะทางโรคร้ายแรงอาจต้องผ่านช่วงเวลา 120 วันแรกเป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ มีสิทธิที่จะตรวจสอบก่อนว่าเคลมนั้นตรงกับเงื่อนไขของกรมธรรม์ไหม จึงอาจพิจารณาให้หรือไม่ให้สิทธิ Fax Claim ก็ได้
เมืองไทย-iClaim เพิ่มทางเลือกเคลมรพ.รัฐ
จาก Pain Point ที่เกิดขึ้นเลยเป็นที่มาให้บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ออกแบบการเคลมให้ง่ายขึ้น
สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MTL เล่าถึงการยกระดับบริการยื่นเคลมการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใต้วงเงินความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศ โดยเป็นความร่วมมือกับ iClaim ที่เชื่อมต่อระบบกับโรงพยาบาลรัฐอยู่ 400 แห่ง (รวมถึง Premium Clinic ของรพ.รัฐด้วย)
“เมื่อเกิดการเจ็บป่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที เราไม่อยากให้เรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการใช้สิทธิ หรือการต้องเตรียมเงินก้อนล่วงหน้า กลายเป็นอุปสรรคในช่วงเวลาที่ลูกค้าและครอบครัวกำลังกังวลกับเรื่องสุขภาพ” สาระ กล่าว
ส่วนจำนวนโรงพยาบาลคู่สัญญาของ MTL (MTL Smile Hospital Network) ทั่วไทยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
- โรงพยาบาลเอกชน ราว 97 แห่ง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลพญาไท 1 และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ฯลฯ
- โรงพยาบาลรัฐ ราว 56 แห่ง เช่น โรงพยาบาลลำปาง, โรงพยาบาลสระบุรี และโรงพยาบาลสมุทรปราการ ฯลฯ
- โรงเรียนแพทย์ ราว 14 แห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลรามาธิบดี ฯลฯ
ก่อนหน้านี้บริษัทฯ เปิดตัวบริการ MTL Claim Cover Check เช็ก และประเมินค่ารักษา ผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญาที่มีหน่วยงานและความพร้อมให้บริการ ผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญาเรียกว่าถ้ามีอาการเจ็บป่วย คุยกับหมอแล้วว่าต้องผ่าตัด ก็ใช้ MTL Claim Cover Check เช็กราคาค่ารักษา, เช็กว่า ประกันที่มีคุ้มครองแค่ไหน เพื่อให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย
สุดท้ายนี้ การทำประกันภัยคือ สัญญาที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจน ผู้ซื้ออย่างเราจึงต้องอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจข้อยกเว้นต่างๆ ก่อนเสมอ เพื่อให้ในยามที่เจ็บป่วย เราสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney