'สิริพงศ์'เล็งชงบอร์ดอีวี เพิ่มเงื่อนไข EV 3.5 ใช้ชิ้นส่วนจากไทยได้ หารือ Tesla เผยนำเข้ายาง-แบตเตอรี่ไทยปีละหลายพันล้าน

  1. หน้าหลัก 
  2. เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  3. การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม 
  4. คมนาคม-ขนส่ง 

'สิริพงศ์'เล็งชงบอร์ดอีวี เพิ่มเงื่อนไข EV 3.5 ใช้ชิ้นส่วนจากไทยได้ หารือ Tesla เผยนำเข้ายาง-แบตเตอรี่ไทยปีละหลายพันล้าน

เผยแพร่: 6 ส.ค. 2569 18:03   ปรับปรุง: 6 ส.ค. 2569 18:03   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สิริพงศ์” หารือ “Tesla” นำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า – พัฒนาบุคลากร เล็งชงบอร์ด อีวี ปรับเกณฑ์ EV 3.5 เพิ่มเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทยกรณีไม่มีโรงงานประกอบในไทย หลัง Tesla โชว์ยอดนำเข้าชิ้นส่วนไทยปีละหลายพันล้านบาท หนุนห่วงโซ่อุตฯยานยนต์ไทย พร้อมเร่งร่างกฎหมายลดภาษี 80% รถEV-ไฮบริด อีก 3 ปี

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ Ms. Hadri Haris ตำแหน่ง Lead Public Affairs (SEA Region) บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ ว่า จากที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ รถมินิบัส รถแท็กซี่ รถบรรทุก และระบบราง ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (พ.ศ. 2567 - 2570) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม


นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างรับฟังความเห็น ร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. .... และรถไฮบริด (HEV) ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราภาษีประจำปี ลง 80% ของอัตราที่กำหนด ขยายออกไปอีกเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

ด้าน Tesla นั้นสนใจมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ของรัฐบาล ซึ่งมีส่วนลดให้ประชาชนซึ่งรถของ Tesla ไม่เข้าเกณฑ์ร่วมโครงการ EV 3.5 เพราะติดเงื่อนไข Tesla ไม่มีโรงงานผลิต ในประเทศไทย ปัจจุบัน Tesla มีโรงงานที่ประเทศอเมริกา จีน และ เยอรมัน มีกำลังการผลิตเพียงพอสำหรับจำหน่ายทั่วโลก และไม่มีแผนเปิดโรงงานที่ไทย แต่โรงงานที่จีน มีการนำเข้าชิ้นส่วน และ Spare Part จากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เช่น ยาง แบตเตอรี่ มูลค่าปีละหลายพันล้านบาท และคาดเติบโตเป็นหมื่นล้านบาทต่อปีเร็วๆนี้ จึงให้ Tesla ทำรายละเอียด ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่น ชิ้นและอะไหล่ รถ 1 คัน มีการนำเข้าจากประเทศไทยเท่าไร มูลค่าเท่าไรหากมีมูลค่าสูง อย่างมีนัยสำคัญจะรวบรวมเพื่อนำเสนอคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) พิจารณาเพิ่มเงื่อนไขในส่วนของการใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมโครงการ EV 3.5

“หากรถ EV ที่ไม่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย แต่ใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทยจำนวนมากในระดับที่มีนัยสำคัญ ควรรับพิจารณาร่วมโครงการ เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ดีกว่าการตั้งโรงงานประกอบเท่านั้น และจะทำให้โรงงานผลิตในต่างประเทศหันมาสนใจซื้อชิ้นส่วนไทยเพิ่มเติม โดยอาจจะกำหนดมูลค่าการใช้ชิ้นส่วนจากไทยเป็นขั้นบันไดกับอัตราส่วนลด”


รมช.คมนาคมกล่าวว่า ทาง Tesla ได้แนะนำชุดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีครบวงจร อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Model 3 / Model Y / Cybertruck / Semi / Robotaxi / Optimus) ระบบช่วยขับขั้นสูง โดยใช้แนวคิด End-to-End สำหรับการขับรถ รวมถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Full Self-Driving: FSD) สถานีชาร์จความเร็วสูง (Supercharger) รวมถึงแนวคิด “The Tesla Ecosystem” ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคต

Tesla เผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้รถ Tesla รวมประมาณ 10 ล้านคัน หลายประเทศ สามารถใช้ระบบ AI ขับขี่อัตโนมัติในระดับ 2 คือขับเอง แต่ต้องมีคนนั่งควบคุมไปด้วย แต่ของไทยอาจจะยังไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากว่ายังต้องใช้เวลาเรียนรู้ในพฤติกรรมการขับรถของของคนไทย กรณีมีรถจักรยานยนต์ไซค์บนถนนจำนวนมาก รวมถึงเป็นรถพวงมาลัยขวา ซึ่งในประเทศไทย มีผู้ใช้รถ Tesla ประมาณ 20,000 กว่าคัน

“การหารือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบคมนาคมของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม” นายสิริพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ Tesla เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของ ขบ. ให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสภาพยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งพร้อมประสานความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น