หาจุดสมดุล-สนับสนุนรถ EV

บทบรรณาธิการ

การเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วน หรือ EV ที่ทุบสถิติทุกปี โดยปีที่แล้วทำนิวไฮยอดจดทะเบียน 122,128 คัน เติบโตกว่า 74% ส่วน 7 เดือนแรกของปีนี้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 147,571 คัน แซงปีที่แล้วทั้งปี ยอดรวมสะสมราว ๆ 5 แสนคัน ปัจจัยหลักส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง อีกส่วนไม่พ้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามา และราคาที่ได้สิทธิจากนโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5 ที่อุดหนุนเรื่องเงิน รวมถึงการเสียภาษีนำเข้าราว ๆ 10%

ในอนาคตแม้หมดนโยบายเงินอุดหนุนแล้ว แต่เพราะเสียภาษีนำเข้าในระดับต่ำ บวกกับประกาศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ รถ EV เสียภาษี 2% รถปลั๊กอินไฮบริด เสียภาษี 5-30% คิดตามระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน รถยนต์ไฮบริด 6-40% และรถยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE 13-50% 2 ประเภทหลังคิดตามการปล่อยไอเสีย หรือ CO2

ความแตกต่างของภาษีสรรพสามิตกับภาษีนำเข้ารถยนต์ ทำให้ค่ายรถที่ไม่ได้มีรถยนต์ EV เป็นตัวขายหลัก และส่วนใหญ่มีโรงงานผลิตในประเทศไทยมายาวนานเริ่มมีปฏิกิริยา และเรียกร้องให้รัฐหาจุดสมดุลระหว่างการส่งเสริมใช้รถ EV กับอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ เพราะตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน รถ EV ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ แม้บางค่ายจะเริ่มผลิตในประเทศออกมาบ้าง แต่จำนวนยังไม่มากนัก เห็นได้จาก 6 เดือนแรกของปีนี้ รถ EV มียอดขาย 106,115 คัน แต่การผลิตในประเทศมีเพียง 34,030 คัน เป็นการนำเข้ามากกว่า 70%

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) มองว่า สถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่ต้องหากลไกเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะ การสร้างสมดุลทางด้านภาษี ระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า โดยเฉพาะส่วนต่างทางด้านภาษีสรรพสามิตระหว่างรถยนต์ EV นำเข้าที่ปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 10% ขณะที่รถยนต์ที่ประกอบในประเทศจัดเก็บในอัตรา 2% ต่างกันเพียงแค่ 8% เท่านั้น ซึ่งอาจไม่จูงใจให้ผลิตในประเทศ

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนได้รับผลกระทบเช่นกัน ทำให้ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่รวมตัวกันตั้งบอร์ด เพื่อหาทางออกและดูแลซัพพลายเออร์รายย่อย หรือกลุ่มเอสเอ็มอีจากการเข้ามาของรถยนต์ EV เนื่องจากชิ้นส่วนของรถยนต์ EV นั้นใช้น้อยกว่ารถพลังงานอื่น ๆ อย่างมาก และหลายรายการต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

การออกมาเรียกร้องทั้งจากค่ายรถยนต์ที่ผลิตในไทย รวมถึงกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ รัฐบาลต้องรับฟังและหามาตรการดูแลในระดับหนึ่ง เพราะแม้การส่งเสริมให้คนไทยใช้รถยนต์ EV และเพิ่มการผลิตในประเทศ เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยมลพิษ และช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน แต่ระหว่างทางต้องหาจุดสมดุลช่วยรักษาฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศ หนึ่งในเสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยไว้ด้วยเช่นกัน