"ดาโอ" เชียร์ซื้อ EPG ลุ้นกำไร Q2/70 โต 42% ทะลุ 449 ล้าน ชู Aeroflex สหรัฐแกร่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG โดยประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2570 (กรกฎาคม–กันยายน 2569) จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจ Aeroflex
ทั้งนี้ ประมาณการกำไรปกติดังกล่าวไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ประมาณ 50 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 14 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักยังมาจากธุรกิจ Aeroflex ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งตามความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนในตลาดสหรัฐอเมริกา
สำหรับธุรกิจ Aeroflex คาดว่าจะมีรายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2570 อยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนในสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มราคาขายผลิตภัณฑ์อีก 5% ในเดือนกรกฎาคม 2569 หลังจากปรับเพิ่มราคาไปแล้ว 5% ในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ของ Aeroflex จะเพิ่มขึ้นเป็น 51% จาก 47.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 49.6% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ตลาดภายในประเทศไทยยังมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ขณะที่ธุรกิจ Aeroklas มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 34.5% เพิ่มขึ้นจาก 28.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 35.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ ธุรกิจ Aeroklas ในประเทศไทยยังเผชิญการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้า ประกอบกับได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้การจัดส่งสินค้าบางส่วนเกิดความล่าช้าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในประเทศออสเตรเลียมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
ส่วนธุรกิจ EPP คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่การลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของ EPP คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 14% จาก 15.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 19.5% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจดังกล่าว
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีบัญชี 2570 ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 7% จากประมาณการเดิม มาอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจ Aeroflex ที่มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาดการณ์เดิม โดยเฉพาะยอดขายในตลาดสหรัฐและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มราคาขายผลิตภัณฑ์
พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้รวมปีบัญชี 2570 เป็น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 5.1% และปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นรวมเป็น 35.7% จากเดิม 35.1% เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของ Aeroflex ที่แข็งแกร่งกว่าคาด
ขณะที่กำไรปกติในช่วงครึ่งแรกของปีบัญชี 2570 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็น 56% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปีบัญชี 2570 คาดว่ากำไรปกติจะยังสามารถเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของธุรกิจ Aeroflex ที่ขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กำไรอาจชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและวันหยุดยาวในช่วงปลายปี
นอกจากนี้ Aeroflex มีแผนเริ่มเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมประมาณ 2,000 ตันต่อปี ในช่วงปลายปี 2569 จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 8,000 ตันต่อปี ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10,000 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งจะช่วยรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการขยายตัวของรายได้ในระยะถัดไป
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 ปีบัญชี 2570 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจะยังสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจ Aeroflex ที่ยังมีทิศทางขยายตัวแข็งแกร่ง ประกอบกับการเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐที่จะช่วยเสริมศักยภาพการสร้างรายได้ในอนาคต
ทั้งนี้ บล.ดาโอ มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ EPG จากการเติบโตของ Aeroflex และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีบัญชี 2570 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบทวิเคราะห์ที่ได้รับยังไม่ได้ระบุคำแนะนำการลงทุนและราคาเป้าหมาย จึงต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเผยแพร่ในส่วนดังกล่าว