ด่วน! ชาวปราจีนเข้มแข็งมาก รวมพลังยกเลิกขยาย EEC แผ่นดินปนเปื้อนแล้ว จะสู้ไม่ถอย
- หน้าหลัก
- News1
- News1
ด่วน! ชาวปราจีนเข้มแข็งมาก รวมพลังยกเลิกขยาย EEC แผ่นดินปนเปื้อนแล้ว จะสู้ไม่ถอย
เผยแพร่: 17 ส.ค. 2569 18:36 ปรับปรุง: 17 ส.ค. 2569 18:36 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
วันนี้ 17 สิงหาคม 2569 ตัวแทนประชาชนในนาม **“เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง”** รวมตัวชุมนุมบริเวณศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ยืนยันจุดยืนคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ **EEC** ให้ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมรอคำตอบจากรัฐบาลและ **อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี** ในฐานะประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชน **11,207 รายชื่อ** ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้นที่ EEC เพิ่มเติม โดยยืนยันว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนอนาคตของจังหวัดอย่างถาวร
หนึ่งในเสียงสำคัญของการชุมนุมคือ **ระตะนะ ศรีวรกุล ประธานสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด** ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่า
**“ผืนดินปนเปื้อนแล้ว เอาคืนไม่ได้ เราจะเรียกดินดี น้ำดี อากาศดีกลับคืนมาไม่ได้ ถ้าเราไม่สู้ จะอยู่กันยังไง”**
ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความกังวลของประชาชนที่ไม่ต้องการให้ปราจีนบุรีต้องเผชิญปัญหามลพิษจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลกระทบต่อ **พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ คุณภาพดิน และวิถีชีวิตของชุมชน**
ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการเพิ่มปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้นที่ EEC โดยมองว่าจังหวัดมีข้อได้เปรียบด้านทำเล การคมนาคม อุตสาหกรรมเป้าหมาย แรงงาน และความเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC เดิม อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของภาครัฐเองก็ระบุถึงความจำเป็นในการเร่งแก้ปัญหา **สิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสีย และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สมดุลระหว่างอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรม**
นี่จึงกลายเป็นคำถามสำคัญของคนปราจีนบุรีว่า หากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมยังเป็นเรื่องที่รัฐยอมรับว่าต้องเร่งจัดการ แล้วเหตุใดจึงควรเดินหน้าขยายพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มเติม ก่อนสร้างหลักประกันว่าทรัพยากรของจังหวัดจะไม่ถูกกระทบ
เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งย้ำว่า ปราจีนบุรีมีต้นทุนสำคัญอยู่แล้ว ทั้งพื้นที่การเกษตร เกษตรอินทรีย์ พืชผักผลไม้ปลอดภัย ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาในฐานะเมืองสมุนไพร จึงกังวลว่าหากการขยาย EEC นำไปสู่การเพิ่มจำนวนโรงงานหรือกิจกรรมอุตสาหกรรมโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มแข็ง ต้นทุนเหล่านี้อาจต้องแลกกับปัญหามลพิษในระยะยาว
การชุมนุมในวันนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงขอให้ชะลอโครงการ แต่ประชาชนต้องการให้รัฐบาล **ทบทวนและยกเลิกแนวคิดขยาย EEC มายังปราจีนบุรี** โดยล่าสุดเครือข่ายเรียกร้องให้ **วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี** เปิดทางให้ตัวแทนประชาชนติดตามความคืบหน้าและรอคำตอบจากนายกรัฐมนตรี
ภายในกิจกรรมยังมีการแสดงละครล้อเลียนเพื่อสะท้อนความกังวลต่อทิศทางการพัฒนาที่มุ่งดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมเสียงตะโกนจากผู้ชุมนุมว่า **“รวยไม่ไหวแล้ว”** เพื่อส่งสารว่า การพัฒนาในมุมของประชาชนไม่ได้วัดจากตัวเลขการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิต สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสิทธิของคนในพื้นที่ด้วย
จากนี้จึงต้องจับตาคำตอบจาก **นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล** และคณะกรรมการนโยบาย EEC ว่าจะรับฟังเสียงประชาชนกว่า 11,000 รายชื่ออย่างไร และจะเดินหน้าขยายพื้นที่ต่อ หรือทบทวนข้อเสนอ หลังประชาชนปราจีนบุรีออกมายืนยันชัดเจนว่า
**ผืนดิน น้ำ และอากาศ หากปนเปื้อนไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาเหมือนเดิมได้ และครั้งนี้พวกเขาประกาศจะสู้เพื่อรักษาบ้านของตัวเองอย่างถึงที่สุด**
**เครดิตข้อมูล: The Active / เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง**
#NEWS1 รายงาน