รีสตาร์ทธุรกิจด้วยดีลิเวอรี “Ease Up Coffee” ร้านกาแฟหน้าบ้านของอินฟลูฯ ผู้ติดตามหลักล้าน ปั้นรายได้หลักแสนใน 21 วัน - เส้นทางเศรษฐี
ลบภาพจำแบบเดิมๆ กับการทำธุรกิจที่ต้องใช้ประสบการณ์หลายปี แต่การทำธุรกิจในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการเปิดร้านอย่างทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ขายได้
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ แทน-นพรุจ อังอติชาติ วัย 24 ปี ดีกรีเด็กอักษรฯ จุฬาฯ ที่เริ่มจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายติ๊กต็อก ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน สู่บทบาทใหม่กับการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ Ease Up Coffee ซึ่งเคยไปเปิดหน้าร้านในห้าง แต่ต้องปิดตัวลง เพราะห้างกำลังจะรีโนเวตใหม่ เขาจึงตัดสินใจยกเครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์ต่างๆ มาเปิดร้านกาแฟหน้าบ้าน ขายเฉพาะในแอป ดีลิเวอรี หลังจากเปิดมาได้เพียง 3 อาทิตย์ ก็ทำยอดขายพุ่งไปกว่า 6 หลักเลยทีเดียว

Chapter 1 : เริ่มจากเปิดหน้าร้าน
แทนเล่าว่า สมัยก่อนคุณแม่เปิดร้านขนมชื่อว่า “Nom & Noey” โดยร้านนี้เปิดมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ทว่าช่วงหลังร้านที่ขายอยู่ในห้างลูกค้าเริ่มลดลง บวกกับตอนนั้นเป็นช่วงที่เรียนจบพอดีและไม่อยากทำงานประจำ จึงขอแบ่งพื้นที่ร้านกับคุณแม่ครึ่งหนึ่ง มาเปิดร้านกาแฟชื่อว่า “Ease Up Coffee”
“ตอนนั้นเราเน้นทำเกี่ยวกับงานอินฟลูฯ เป็นหลัก เพราะตั้งใจอยากจะเข้าไปในวงการบันเทิง แต่พอแม่ขยายสาขาแล้วไปไม่รอดทำให้เราเลยแบ่งพื้นที่คนละครึ่งกับร้านของแม่ เพราะเรามีเครื่องทำกาแฟอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องลงทุนเยอะ”
อย่าง เคาน์เตอร์ ก็จะเอามาจากร้านของแม่ แต่จะมีการลงทุนเครื่องบดกาแฟเพิ่ม เนื่องจากยุคนี้ร้านกาแฟอาจจะต้องมีมากกว่า 1 คั่วให้เลือก ทั้ง คั่วกลาง คั่วเข้ม คั่วอ่อน ใช้เงินลงทุนไปประมาณ 150,000-200,000 บาท
โดยความหมายของชื่อร้าน “Ease Up Coffee” ถ้าแปลตรงตัวจะเหมือนกับมีความชิลล์ รีแลกซ์ บวกกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนแรกคืออยากให้คนที่มามีความชิลล์ แล้วตั้งราคาไม่ได้สูงมาก ดื่มได้ทุกวัน
“ตอนนั้นรู้สึกแค่ว่ากาแฟน่าจะขายได้ เป็นโปรดักต์ที่คนดื่มได้ทุกวัน แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกว่าเป็น Red Ocean ที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ผมว่าข้อดีคือคุณรู้ว่าธุรกิจนี้มีลูกค้าแน่นอน ไม่ต้องเสี่ยงหาใหม่จากศูนย์”
แต่การทำธุรกิจทุกอย่างก็ต้องมีการสร้างความแตกต่าง เขาเลือกที่จะทำให้ร้านตัวเองดีกว่าร้านอื่นๆ ซึ่ง ณ ตอนนั้นอาจจะไม่ได้มีพื้นฐานการเป็นบาริสต้าอะไรมาก แต่อาจจะมีการไปเรียนเพิ่มเติม อย่าง ชิมกาแฟ Basic Barista หรือว่าเรียนผ่านยูทูบเป็นส่วนใหญ่
ช่วงแรกที่เปิดหน้าร้าน เขาเล่าว่า ตอนแรกร้านก็ยังนิ่งๆ ไม่ค่อยมีลูกค้ามากเท่าไหร่ แต่กราฟค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ฟีดแบคค่อนข้างดี มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะ
กระทั่งเปิดมาประมาณ 2 ปี ก็เกิดวิกฤตขึ้น เนื่องจากทางห้างที่ขายอยู่กำลังจะรีโนเวต ทำให้เขาต้องปิดร้าน และเริ่มต้นใหม่กับทำเลใหม่

Chapter 2 : กลับมาเปิดดีลิเวอรีที่บ้าน
“ตอนนั้นพอเรารู้ว่าห้างจะรีโนเวต ก็เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ซึ่งช่วงแรกผมก็อยากจะหาทำเลใหม่ แต่ปัญหาในยุคนี้คือถ้าจะเปิดหน้าร้านสักที่ จะต้องลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ ซึ่งรู้สึกว่าถ้าเริ่มจากในดีลิเวอรีก็น่าจะเริ่มง่ายกว่า ไม่ต้องทำอะไรมาก แล้วสามารถทำคนเดียวได้”
บวกกับตอนนั้นมีกระแสคนขายของในคอนโดฯ เกิดขึ้นมากมาย เขาจึงเกิดไอเดียว่า ถ้าอย่างนั้นขายกาแฟหน้าบ้านก็น่าจะได้ รวมถึงตอนที่เปิดในห้างเขามักจะเสียโอกาสในการขายช่วงเวลาไพรม์ไทม์อย่างตอนเช้าไป เนื่องจากห้างเปิด 10 โมง แต่ลูกค้าที่ดื่มกาแฟส่วนใหญ่ดื่มช่วง 7-8 โมงเช้า
“พอกลับมาทำที่บ้านเราเลยคิดว่าตอนเช้าน่าจะมีคนสั่ง แล้วพื้นที่ครัวในบ้านเราไม่ได้ใช้พอดี พอเรากลับมาขายที่บ้านก็ต้องปรับตัวเยอะพอสมควรครับ”
ก่อนจะเล่าต่อถึงความโชคดีอีกอย่างหนึ่ง คือตอนเปิดหน้าร้านก็จะอยู่ในดีลิเวอรีอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นเป็นเหมือนช่องทางหนึ่งให้กับลูกค้า ทำให้เมื่อกลับมาเปิดร้านที่บ้านก็จะมีดาวอยู่ประมาณหนึ่ง
“ตอนเปิดวันแรกมีออร์เดอร์เข้ามา 3 คนครับ แต่ว่าเข้ามาเพราะผมตั้งราคาขายผิด เป็นกาแฟ 3 แก้ว 5 บาท ทำให้ต้องยกเลิกออร์เดอร์ลูกค้าทั้งหมดเลย”

Chapter 3 : เทคนิคการทำร้านให้รอดฉบับ ‘แทน’
สำหรับคนที่อยากทำร้านกาแฟหน้าบ้าน แทนแนะนำว่า ควรลงทุนไปกับเครื่องชงกาแฟที่อาจจะดูดีหน่อย แต่ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 50,000 ไปจนถึงหลักแสน ซึ่งถ้ารวมงบคร่าวๆ ทั้งค่าอุปกรณ์ เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ จะอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท
ต่อมาเป็นเรื่องของเครื่อง POS ที่จำเป็นมากสำหรับการทำดีลิเวอรี เนื่องจากเวลามีออร์เดอร์เข้ามา เครื่องก็จะปริ้นรายละเอียดมาให้ทันที ไม่ต้องนั่งจดเอง ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดจาก Human Error ได้
โดยร้านจะขายตั้งแต่ 7 โมงเช้า ซึ่งจะขายดีไปจนถึงช่วง 10-11 โมง และพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าก็จะมีความต่างกัน กระทั่งตอนนี้กลับมาเปิดร้านกาแฟดีลิเวอรีหน้าบ้านได้ประมาณ 3 อาทิตย์ เคยมีออร์เดอร์พีกสุด 120 แก้วต่อวัน สร้างรายได้ประมาณ 6 หลัก
“ข้อดีของการเปิดดีลิเวอรีที่บ้าน อย่างแรกเลยคือไม่มีค่าเช่าที่ แล้วสามารถเริ่มได้เลยไม่ต้องรอ แต่การขายในแอปก็ต้องมีการยิง Ads เพื่อช่วยเปิดการมองเห็นด้วยเช่นกันครับ”
ต่อมาจะเป็นในเรื่องของ รูปภาพกับราคาขาย เพราะบางครั้งถ้าลูกค้าเห็นร้านที่ไม่เคยสั่ง แต่เมื่อดูราคาแล้วเข้าถึงยากก็อาจทำให้เสียลูกค้าไป อย่างร้านของแทนจะตั้งราคาเริ่มต้น 60 บาท

Chapter 4 : การจัดการเวลากับ ‘ชีวิตหลายบทบาท’
ทุกวันนี้แทนเป็นทั้งเจ้าของร้านกาแฟและอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทำให้เขาต้องจัดสรรเวลาในการจัดการงานหลายๆ อย่าง ซึ่งตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะเอาตัวเองเข้ามามีบทบาทในร้าน หรือเรียกว่าไม่อยากให้คนมากินร้านเราเพราะเรา แต่พอได้ทำไปเรื่อยๆ ก็พบว่ามันยากกว่าที่คิด เพราะถ้าจะทำแบบนั้นได้ต้องมีเงินทุนที่เยอะพอสมควร
“ทุกวันนี้จะมีคำว่า CEO Branding ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเราเป็นธุรกิจรายเล็ก การเอาตัวเองมาทำอยู่ในคอนเทนต์ก็ทำให้มีคนเห็นว่าเราทำร้านนี้อยู่”
โดยตารางชีวิตในแต่ละวันของเขาก็จะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้า ตื่นมาทำร้าน ชงกาแฟ พอเที่ยงก็จะไปถ่ายคอนเทนต์ในบทบาทของอินฟลูฯ สุดท้ายช่วงเย็นก็จะกลับมาอัดคลิปเล่นกีต้าร์ Cover เพลง และสต๊อกคอนเทนต์เอาไว้

ฝากถึงคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ
“สำหรับใครที่คิดจะทำ ควรดูเรื่องต้นทุนเป็นอย่างแรก ถ้า cost เยอะเกินไป เราก็อาจจะขาดทุนได้ แล้วอยากให้ทำความรู้จักกับลูกค้าตัวเอง ผมคิดว่าเป็นตัวตัดสินได้เลยครับ ว่าจะรอดหรือไม่รอด
สุดท้ายถ้าอยากทำก็ลงมือทำได้เลย ผมว่าถ้าเราล้มตอนอายุ 24 ก็น่าจะดีกว่าล้มตอน 34 เพราะอย่างน้อยเราก็ยังมีแรง มีเวลาให้แก้ตัวได้อีกเยอะ ถ้ายิ่งเด็กอยู่ ก็ควรเสี่ยงที่จะลอง”
สามารถติดตามได้ที่ TikTok : easeupcoffee
พิกัด : สุขุมวิท 101/1
เวลาเปิด : 07.00-17.30 น.
Tags
Related Posts
กรุงเทพฯ ยังมีที่พักเล็กๆ อีกหลายแห่งที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาน่ารัก เพราะแต่ละที่ยังมีเรื่องราวและแนวคิดที่แตกต่างกันไป บางแห่งใส่ใจสิ่งแวดล้อม บางแห่งช่วยฟื้นชีวิตให้ชุมชน ขณะที่บางแห่งหยิบความทรงจำของครอบครัวมาต่อยอดเป็นที่พัก ชวนรู้จัก 5 โฮสเทลและโฮมเทลน่าพักในกรุงเทพฯ ที่น่าจะถูกใจใครหลายคน The Yard Hostel – ย่านอารีย์ เดอะยาร์ด โฮสเทล ที่พักย่านอารีย์เปิดมายาวนาน 11 ปี ความโดดเด่นของที่พักแห่งนี้คือการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกโครงสร้างนำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาปรับเป็นห้องพัก มีจุดแยกขยะ จุดเติมน้ำฟรีเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก และไม่เสิร์ฟอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ แต่เสิร์ฟเป็นเซ็ต เพราะไม่อยากให้เกิด Food Waste ในเซ็ตเมนูประกอบด้วย โยเกิร์ต แยมทำเอง เพราะอยากลดการใช้ Single-use plastic ส่วนกาแฟใช้ของละเลียด คาเฟ่ในย่านเดียวกัน หากเป็น The Yard สาขาเชียงใหม่ จะใช้ของอาข่า อ่ามา (Akha Ama) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้โตไปด้วยกัน พร้อมดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เหมือนมานอนบ้านเพื่อน บ้านญาติ มีพื้นที่กลางแจ้งให้ผ่อนคลาย และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า นอกจากนี้ทางโฮสเทลยังทำโครงการ Rest for
18 กันยายน 2569
ธุรกิจที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังขายไม่ได้ แต่อาจเป็นธุรกิจที่ยังขายได้ ยังมีลูกค้า ยังมีรายได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน ใช้เวลา และใช้แรงมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม ยอดขายจึงอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสบายใจ ทั้งที่ข้างใต้กำลังเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเงียบๆ กำไรบางลง เงินสดเหลือน้อยลง ต้องซื้อยอดแพงขึ้น เจ้าของเหนื่อยขึ้น และธุรกิจมีทางเลือกน้อยลง นี่อาจเป็นภาวะ “ตกชั้น” โดยที่ยอดขายยังไม่ตกเลยก็ได้ ข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ศึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 160,000 รายใน 6 อุตสาหกรรมย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนภาพที่น่าคิดว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทกว่าครึ่งมีสถานะทางธุรกิจแย่ลงจากเมื่อ 15 ปีก่อน คำถามสำหรับ SME วันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียง “ขายได้เท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ยอดขายนั้นทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่” ลองเช็กจาก 5 สัญญาณนี้ 1. ยอดขายโต แต่พอคิด “ต้นทุนจริง” แล้ว กำไรแทบไม่โต ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่เท่ากันทุกธุรกิจ ถ้าต้องแลกมาด้วยส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่น หรือโปรโมชั่นที่แรงขึ้นต่อเนื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ
18 กันยายน 2569
นามปากกา: เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) เมื่อนึกถึง “ปากคลองตลาด” สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงตอนนี้คงเป็นเทรนด์ถ่ายรูปคู่กับช่อดอกบัว หรือสถานที่สำหรับไปเดินเลือกซื้อดอกไม้เพื่อนำมามอบให้กับคนพิเศษ และประดับงานอีเวนต์ แต่ล่าสุด พส.ไทยได้ปลุกเทรนด์ใหม่อย่าง “มาลัยเกล้าผม” แฟชั่นสุดชิค ที่หยิบเอาภูมิปัญญาไทยสุดประณีตมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องประดับกันอีกครั้ง ก่อนจะไปถ่ายรูปตามโลเคชันย่านเก่าแก่จนกลายเป็นกระแสตามโซเชียล จนสาวๆ และอินฟลูแห่ไปทำตามกันอย่างล้นหลาม “พวงมาลัย” ความงามที่เคยเป็นแค่ดอกไม้สำหรับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวงมาลัย คืองานฝีมือที่ถูกรังสรรค์ด้วยการร้อยกลีบดอกไม้และใบไม้ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ จนเกิดเป็นความงามที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์อันงดงาม เพราะฉะนั้นไวรัลของ “มาลัยเกล้าผม” กลับทำให้พวงมาลัยธรรมดาๆ กลายเป็นเครื่องประดับที่ไม่ว่าเจเนอเรชันไหนๆ ก็ต้องหยิบเอามาใส่เป็นแอกเซสซอรีคู่กาย กระแสดังกล่าวยังทำหน้าที่เหมือนกับสะพานเชื่อมที่ชวนให้ทุกคนกลับมาเดินปากคลองตลาดอีกครั้ง เพื่อช่วยกระจายรายได้ และสนับสนุนฝีมือแ
18 กันยายน 2569
ในยุคปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความซับซ้อนที่มากขึ้น จนทำให้รูปแบบการค้าปลีกและการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป การเข้ามาของระบบ AI จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ “Wonder AI” จึงได้พัฒนาระบบ AI ที่จะมาช่วยยกระดับธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมให้กลายเป็น Smart AI Retail ที่สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อพฤติกรรมของลูกค้าได้ด้วยข้อมูล นายวรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบวันเดอร์ เอไอ (Wonder AI) เผยว่า Wonder AI จะเปลี่ยนกล้อง CCTV ที่ใช้สำหรับการรักษาความปลอดภัยให้กลายมาเป็นดวงตาของ “AI store manager” (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะ) ซึ่งระบบจะทำงานร่วมกับชิปที่ฝังอยู่ในกล้องวงจรปิด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เช่น ความสนใจในสินค้า และผลตอบรับต่อโปรโมชัน ตลอดจนช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในร้านได้อย่างรวดเร็ว
18 กันยายน 2569
เรื่องราวของ “หลิน – ชนิดา, ลิลลี่ – นิศารัตน์ และ กุ๊กกิ๊ก – เสาวลักษณ์ จึงเจริญชัยศักดิ์” สามพี่น้องผู้ก่อตั้ง “LUCK” แบรนด์ที่มองเห็น Pain Point ของ “ผ้าขนหนู” ของใช้ใกล้ตัวที่เราใช้กันทุกวัน แต่เมื่อใช้ซ้ำและปล่อยให้ชื้นนานๆ ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว จึงเกิดเป็นไอเดียสร้างแบรนด์ผ้าขนหนูที่ไม่ได้ขายแค่การซับน้ำหรือความนุ่ม แต่เติมนวัตกรรม “IntelliTime” ช่วยบอกอายุการใช้งานให้ผู้ใช้รู้ว่าควรเปลี่ยนผ้าขนหนูเมื่อไร กุ๊กกิ๊กให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐี” ถึงการสร้างแบรนด์สินค้าที่พยายามทำให้ “ของใช้ธรรมดา” มีคุณค่ามากกว่าเดิม จุดเริ่มต้นแบรนด์ LUCK ก่อนมาปั้นแบรนด์ LUCK สามพี่น้องแยกย้ายไปศึกษาต่อในด้านต่างๆ พี่สาวคนโตเรียนด้านการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่คนกลางเรียนนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และน้องสาวคนเล็กเรียน การเงิน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้แยกย้ายกันไปหาประสบการณ์และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยพี่คนโตทำงานในบริษัทใหญ่ พี่คนกลางทำงานด้าน AE และคนเล็กทำงานธนาคาร การได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานและสร้างธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ทั้งสามค
18 กันยายน 2569
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา หลายคนอาจมองว่า “ปลาดุก” เป็นแค่เมนูธรรมดา แต่สำหรับบางคนกลับมองเห็นโอกาสในการ “ต่อยอด” วัตถุดิบใกล้ตัว ให้กลายเป็นธุรกิจที่ “สร้างรายได้” และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณฮิม” หรือ วิทวัส เสน่ห์จันทร์ วัย 36 ปี แม้เขาจะทำงานประจำอยู่ในสายงานครีเอทีฟและไดเรกเตอร์มานานกว่า 12 ปี แต่ยังหันมาสร้างธุรกิจส่วนตัวร่วมกับครอบครัว โดยหยิบปลาดุกมาเลาะก้างจนกลายเป็นธุรกิจในชื่อ “Dukdik ปลาดุกไร้ก้าง” ร้านย่านบางบัวทองที่กำลังเป็นไวรัล เพราะสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และลูกค้าที่อยากกินปลาดุกแบบสะดวกมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้วันละ 20,000 บาท ชวนครอบครัวมาสร้างธุรกิจ “ปลาดุกไร้ก้าง” คุณฮิมได้ไอเดียปลาดุกไร้ก้างมาจากร้านอาหารสไตล์อิซากายะแนวอีสาน หลังได้ลองกินจนเกิดความประทับใจเพราะไม่มีก้างมาคอยกวนใจคนชอบกินปลาดุกอย่างเขา จึงได้เก็บไอเดียนี้มาพัฒนาเป็นโปรเจ็กต์ เขาใช้เวลาทดลองและพัฒนาสินค้าด้วยตัวเองมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งการแร่ปลา การเอาก้างออก รวมถึงการพัฒนาวิธีทำให้เนื้อปลายังคงความสดและไม่มีกลิ่นคาว แม้ในตอนนั้นจะยั
18 กันยายน 2569