"รมว.สุชาติ" สั่งกรมอุทยานฯ ส่งทีมตรวจ DNA งาช้างแอฟริกา 400 ท่อน ขยายผลร่วมศุลกากร-UNODC ล่าขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
7 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการจับกุมและตรวจยึดงาช้างแอฟริกาจำนวนประมาณ 400 ท่อน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่วถือเป็นคดีสำคัญ ที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ของประเทศไทยที่ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญา CITES อย่างเคร่งครัด โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านหรือจุดหมายปลายทางของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน
"ผมได้สั่งการด่วนให้กรมอุทยานฯ บูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกรมศุลกากร และสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) เพื่อยกระดับความเข้มงวดในการป้องกัน ปราบปราม และตัดวงจรการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมทั้งให้ส่งทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานฯลงพื้นที่ร่วมตรวจนับของกลางอย่างเป็นทางการและพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) ต่อไป" รมว.สุชาติ กล่าว
ด้านนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะได้เร่งสนับสนุนการดำเนินคดีค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ หลังกรมศุลกากรแถลงผลการจับกุมและตรวจยึดงาช้างแอฟริกาจำนวนประมาณ 400 ท่อน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งถูกลักลอบขนส่งมาจากประเทศแซมเบียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการตรวจยึดดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการบูรณาการข้อมูลข่าวกรองเชิงลึกร่วมกับสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) เพื่อสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงซากสัตว์ป่าคุ้มครองระหว่างประเทศ
จากการสืบสวนและวิเคราะห์ความเสี่ยงการขนส่งสินค้าทางเรือ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้เข้าตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์เป้าหมายจำนวน 2 ตู้ ซึ่งสำแดงรายการสินค้าเท็จเป็นไม้แปรรูป แต่เมื่อเปิดตรวจพิสูจน์โดยละเอียดกลับพบงาช้างแอฟริกาจำนวนมากซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายในท่อนไม้แปรรูปดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการบันทึกอายัดและตรวจนับแยกรายละเอียดของกลางอย่างเป็นระบบ
นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (CITES) กรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้ยกระดับความเข้มงวดในการป้องกัน ปราบปราม และตัดวงจรการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยในสัปดาห์หน้า กรมอุทยานฯ จะจัดส่งทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ร่วมตรวจนับของกลางอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) ซึ่งข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการระบุถิ่นกำเนิดที่แน่ชัด และใช้ประสานข้อมูลกับองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่และประเทศปลายทางต่อไป
สถิติการจับกุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในคดีสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด สำหรับขั้นตอนต่อไป หากผลการสืบสวนขยายผลพบว่าการกระทำความผิดเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือมีมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องสูง กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมศุลกากร จะประสานส่งมอบพยานหลักฐานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินมาตรการยึดทรัพย์และลงโทษผู้กระทำผิดตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
