DJI Osmo 360 II กล้อง 8K/60fps เริ่ม 17,290 บาท
12 ตุลาคม 202612 ตุลาคม 2026
DJI Osmo 360 II กล้อง 360 องศารุ่นเรือธง รองรับวิดีโอ Native 8K/60fps HDR พร้อม AI SuperNight 2.0 สำหรับถ่ายในที่แสงน้อย เลนส์ถอดเปลี่ยนได้ และหน่วยความจำในตัว 105 GB วางจำหน่ายในไทยแล้ว เริ่มต้น 17,290 บาท ผ่าน DJI Experience Store Thailand และพันธมิตรค้าปลีกที่ได้รับอนุญาต
วิดีโอ 8K/60fps HDR พร้อม AI SuperNight 2.0
Osmo 360 II ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ HDR ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นแรกของอุตสาหกรรมที่ออกแบบสำหรับภาพ 360 องศา โดยพื้นที่รับภาพขณะถ่าย 360 องศาของเซ็นเซอร์ CMOS แต่ละตัวเทียบเท่าเซ็นเซอร์ 1 นิ้วอัตราส่วน 4:3 รองรับ Native 8K/60fps HDR เพื่อเก็บความละเอียดและการเคลื่อนไหวในเฟรมเดียวกัน
Dynamic Range สูงสุด 14.5 สต็อปช่วยเก็บรายละเอียดส่วนสว่างและเงา ตัวเลขนี้วัดที่ 8K/30fps ในโหมดสี Normal เปิดรับแสงอัตโนมัติและวัดแสงด้านหน้า–หลัง ส่วน AI SuperNight 2.0 ใช้ AI ลดสัญญาณรบกวนสำหรับฉากแสงน้อย
- ภาพถ่ายความละเอียด 120MP HDR
- Timelapse ความละเอียด 16K
- รองรับสี 10-bit D-Log M สำหรับการปรับสีภายหลัง
- 64x Pano Slow Motion สำหรับสร้างสโลว์โมชันแบบพาโนรามา
สโลว์โมชันสูงสุด 64 เท่าต้องถ่าย Pano Slow Motion ที่ 4K/240fps แล้วประมวลผลเพิ่มผ่าน DJI Studio โดยฟังก์ชันนี้รองรับ Mac ที่ใช้ Apple silicon

เลนส์เปลี่ยนเองได้ รองรับการใช้งานกลางแจ้ง
เลนส์มีฟิล์มออปติคัลพิเศษช่วยต้านรอยขีดข่วน พร้อมดีไซน์ถอดเปลี่ยนเลนส์ภายนอกได้เมื่อเสียหาย ผู้ใช้สามารถซื้อ Osmo 360 II Lens Replacement Kit แยกเพื่อเปลี่ยนเลนส์ด้วยตนเอง ตัวกล้องน้ำหนัก 183 กรัม และรองรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำถึง -20°C

ตัวกล้องกันน้ำลึก 10 เมตร และเพิ่มเป็น 50 เมตรเมื่อใช้ Osmo 360 Invisible Waterproof Case ซึ่งจำหน่ายแยก ก่อนใช้งานต้องปิดฝาแบตเตอรี่และพอร์ต USB-C ให้สนิท สำหรับการถ่ายใต้น้ำ DJI แนะนำเคสกันน้ำ เพราะการหักเหของแสงอาจทำให้ภาพและรอยต่อจากเลนส์ฟิชอายผิดรูปได้

Spotlight Follow จัดเฟรมตัวแบบ พร้อมสั่งงานด้วยเสียงและมือ
Osmo 360 II รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและท่าทางมือ ช่วยควบคุมการถ่ายในจังหวะที่ไม่สะดวกกดปุ่ม พร้อมระบบกันสั่นสำหรับกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว
Spotlight Follow ติดตามตัวแบบเพื่อให้อยู่กลางเฟรม และส่งออกเป็นวิดีโอแบบ Flat ที่ติดตามตัวแบบผ่าน DJI Mimo หรือ DJI Studio ได้สูงสุด 4K/30fps ช่วยลดขั้นตอนเลือกเฟรมจากวิดีโอ 360 องศาในการตัดต่อ

บันทึกในตัว 105 GB เชื่อม Mimo ผ่าน NFC และชาร์จไว
หน่วยความจำในตัว 105 GB ช่วยให้เริ่มบันทึกได้โดยไม่ต้องใส่การ์ด ส่วน NFC ใช้เชื่อมกับแอป DJI Mimo ได้รวดเร็ว กล้องรองรับไมโครโฟนไร้สาย DJI Mic 3, DJI Mic 2 และ DJI Mic Mini พร้อมระบบติดตั้งแม่เหล็ก Dual-direction Quick-release เพื่อปรับรูปแบบการใช้งาน
แบตเตอรี่บันทึกวิดีโอ 360 องศาที่ 8K/30fps ได้นานสูงสุด 100 นาที โดยทดสอบที่ 25°C ปิดจอ Wi-Fi การควบคุมด้วยเสียงและท่าทาง รวมถึง Editing Assistant ส่วนการชาร์จเร็วรองรับระดับแบตเตอรี่ 80% ใน 22 นาที

ราคาไทยเริ่ม 17,290 บาท มี 3 ชุดให้เลือก
DJI Osmo 360 II วางจำหน่ายแล้วผ่าน DJI Experience Store Thailand และพันธมิตรค้าปลีกที่ได้รับอนุญาต โดยมีราคาแต่ละชุดดังนี้
- Osmo 360 II Standard Combo: 17,290 บาท
- Osmo 360 II Limitless Riding Combo: 18,290 บาท
- Osmo 360 II Adventure Combo: 20,790 บาท
อุปกรณ์เสริมสำหรับปรับรูปแบบติดตั้ง เพิ่มเวลาการใช้งาน เปลี่ยนเลนส์ และถ่ายใต้น้ำจำหน่ายแยกจากชุดกล้อง ราคาในไทยมีดังนี้
- Osmo Adjustable Dual-Direction Quick Release Adapter Mount: 990 บาท
- Osmo 360 II Lens Replacement Kit (Single): 640 บาท
- Osmo 360 II Lens Replacement Kit (Dual): 990 บาท
- Osmo 360 II Battery Extension Rod: 2,990 บาท
- Osmo Heavy Duty Clamp Kit: 1,240 บาท
- Osmo 360 Invisible Waterproof Case: 1,900 บาท
DJI Care Refresh เลือกแผน 1 ปีหรือ 2 ปีได้
DJI Care Refresh สำหรับ Osmo 360 II จำหน่ายเพิ่มเติม ครอบคลุมบริการเปลี่ยนเครื่องกรณีความเสียหายจากอุบัติเหตุ รวมถึงการเสื่อมสภาพจากการใช้งานทั่วไป การกระแทก และความเสียหายจากน้ำ โดยการเปลี่ยนเครื่องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
แผน 1 ปีเปลี่ยนเครื่องได้สูงสุด 2 ครั้งใน 1 ปี ส่วนแผน 2 ปีเปลี่ยนได้สูงสุด 4 ครั้งใน 2 ปี พร้อมบริการรับประกันอย่างเป็นทางการและบริการรับประกันทั่วโลก ตรวจรายละเอียดบริการได้ที่ DJI Care Refresh
Osmo 360 II รวมวิดีโอ 8K/60fps HDR การลดสัญญาณรบกวนในแสงน้อย เลนส์เปลี่ยนได้ และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Osmo ไว้สำหรับงานถ่าย 360 องศา โดยเลือกชุดกล้องและอุปกรณ์เสริมให้ตรงกับกิจกรรมได้ ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขการใช้งานเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ DJI Osmo 360 II
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok