แรงซื้อ DELTA หนุน SET ปิดบวก 5 จุด สัปดาห์หน้าไซด์เวย์

10 หุ้นดันดัชนีวันนี้
ปิดที่ระดับ 1,607.63 จุด เพิ่มขึ้น 5.05 จุด หรือ 0.32% มูลค่าการซื้อขาย 57,366.42 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 ก.ย.69) ปิดที่ระดับ 1,607.63 จุด เพิ่มขึ้น 5.05 จุด หรือ 0.32% มูลค่าการซื้อขาย 57,366.42 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน ทำจุดสูงสุดที่ 1,613.45 จุด และต่ำสุดที่ 1,603.46 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าที่คาด โดยมีแรงหนุนหลักจาก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จากปัจจัยการปรับน้ำหนักหุ้นตามเกณฑ์ Capped Weight
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวอ่อนแอกว่าตลาด ส่งผลให้น้ำหนักลดลง ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาเพื่อปรับน้ำหนักเข้าสู่ระดับ Capped Weight ที่ 10% จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยประคองดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังมีกรอบการปรับขึ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดยังมีความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนติดตามการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 28 ก.ย.69 กรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยศาลกำหนดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในช่วงเช้า ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน (Thai PBS)
นายวีระวัฒน์ระบุว่า ตลาดยังไม่ได้แสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวมากนัก โดยมุมมองต่อผลกระทบหลังคำวินิจฉัยจะต้องประเมินจากรายละเอียดของคำตัดสินอีกครั้ง
ส่วนการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนยังไม่มีข้อตกลงใหม่ที่ส่งผลต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ แต่การขยายระยะเวลาเจรจาออกไปอีก 2 เดือนถือเป็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายยังเดินหน้าการเจรจาต่อ ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับแนวโน้ม สัปดาห์หน้า คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดย DELTA ยังมีโอกาสช่วยประคองตลาดในช่วง 3 วันทำการก่อนสิ้นเดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง
พร้อมประเมิน แนวรับที่ 1,595 จุด, 1,587 จุด และ 1,575 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,610 จุด และ 1,630 จุด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

Back to top button