CryptoShot: COLDCARD เตือนด่วน! รีบย้าย Bitcoin ก่อนสายเกินไป?
*COLDCARD เจอช่องโหว่! ผู้ใช้บางรุ่นเสี่ยงถูกขโมย Bitcoin
หลายคนที่เก็บ Bitcoin เอง หรือทำ Self-Custody น่าจะเคยได้ยินชื่อ COLDCARD เพราะถือเป็น Hardware Wallet ที่สาย Bitcoiner นิยมใช้กันมาก
แต่ล่าสุดมีข่าวที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีการค้นพบ ช่องโหว่ด้านการสร้าง รหัส 12-24 คำในการ Back-Up (Seed Phrase) ของ COLDCARD บางรุ่น
ปัญหานี้ไม่ใช่การที่ตัวเครื่องแอบส่ง Seed Phrase ออกไป หรือถูกแฮ็กจากระยะไกล แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบสร้างเลขสุ่ม หรือ Random Number Generator ที่ใช้ตอนสร้าง Seed Phrase ถ้าสร้างด้วยวิธีปกติในอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้โจมตีจะสร้าง Seed Phrase ชุดเดียวกันขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งรุ่นที่ได้รับผลกระทบมีอยู่ 4 รุ่น ได้แก่ COLDCARD Mk3, Mk4, Mk5 และรุ่น Q
ส่วน Hardware Wallet แบรนด์อื่น เช่น Ledger, Trezor, Blockstream Jade หรือ OneKey รวมถึง Software Wallet อย่าง BlueWallet และ Sparrow Wallet ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
สำหรับคนที่ใช้ COLDCARD ถ้าสร้าง Seed Phrase แบบปกติ แล้วเก็บ Bitcoin แบบปกติ โดยไม่ได้ใช้ระบบป้องกันการเข้ารหัส (Passphrase) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรรีบย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าใหม่ที่ปลอดภัยกว่า แต่ถ้าไม่ได้ใช้ COLDCARD เลยก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
*Cloudflare เปิด Wallet ให้ AI ใช้ Stablecoin ซื้อ API ได้เอง!
Cloudflare ประกาศเริ่มเปิดตัว Wallet สำหรับ AI Agent ที่สามารถใช้ Stablecoin ไปซื้อ API, หรือข้อมูล หรือคอนเทนต์ออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง
Wallet นี้จะมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ Account Wallet สำหรับเจ้าของบัญชี ใช้เติม Stablecoin และก็กำหนดวงเงิน ส่วนอีกแบบคือ Virtual Wallet ที่ AI Agent จะใช้จ่ายแทนเรา
แต่ไม่ใช่ว่า AI จะใช้เงินได้ตามใจ เพราะเจ้าของสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ซื้อจากร้านไหน จำกัดวงเงินเท่าไร หรือให้ใช้ได้ครั้งละไม่เกินกี่ดอลลาร์
งานนี้ Cloudflare บอกว่า วิธีนี้จะช่วยให้ AI สามารถลองเลือก API หลาย ๆ เจ้า แล้วตัดสินใจซื้อบริการที่ดีที่สุดได้เอง โดยไม่ต้องรอมนุษย์กดอนุมัติทุกครั้ง
แล้วเบื้องหลังระบบนี้ใช้โปรโตคอล x402 ที่ Cloudflare พัฒนาร่วมกับ Coinbase ซึ่งรองรับการจ่ายเงินแบบ Micropayment หรือการจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยผ่าน Stablecoin
ต่อไป Stablecoin จะไม่ได้ถูกใช้แค่โอนเงินระหว่างคนกับคนอีกต่อไป แต่เริ่มถูกใช้เป็น เงินของ AI สำหรับซื้อบริการบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งหลายคนก็มองว่านี่อาจเป็นหนึ่งใน Use Case ที่สำคัญที่สุดของ Stablecoin ในอนาคต
*Samsung เตรียมใส่ Stablecoin ลง Galaxy 800 ล้านเครื่อง!
ถ้าพูดถึง Stablecoin หลายคนอาจนึกถึง USDT หรือ USDC แต่ล่าสุด Samsung กำลังจะพา Stablecoin เข้าใกล้คนทั่วไปมากขึ้น เพราะบริษัทประกาศว่า จะเพิ่มฟีเจอร์ Stablecoin ลงใน Galaxy รุ่นใหม่กว่า 800 ล้านเครื่อง ผ่าน Samsung Wallet โดยผู้ใช้จะสามารถมีทั้งบัญชีออมทรัพย์และระบบชำระเงินที่อิงกับ Stablecoin ได้จากในมือถือ
จริง ๆ แล้ว Samsung อยู่ในวงการคริปโทมาตั้งแต่ปี 2019 ผ่าน Samsung Knox ที่รองรับการเก็บ Bitcoin และคริปโทหลายเหรียญ แต่รอบนี้ถือว่ามาใหญ่กว่าเดิม เพราะบริษัทกำลังผลักดัน Stablecoin ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานประจำวัน
นักวิเคราะห์บอกว่า จุดแข็งของ Samsung ไม่ใช่การสร้าง Stablecoin เอง แต่คือ ฐานผู้ใช้งาน เพราะ Samsung Wallet เปิดให้บริการแล้วใน 61 ประเทศ และมีผู้ใช้ในเกาหลีใต้เกือบ 19 ล้านคน ลองคิดภาพคนที่มือถือ Samsung Galaxy ที่เปิดมือถือมาแล้วมีแอป Wallet ที่ใช้ Stablecoin ได้ง่าย ๆ แถมได้ส่วนลดต่าง ๆ ด้วย ใครจะไม่ใช้
นอกจากนี้ Samsung ยังเข้าซื้อหุ้นของ Dunamu เจ้าของเว็บเทรด Upbit เพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย
โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต