เมื่อการเติบโตของแบรนด์ไม่ได้วัดกันแค่ “ยอดขาย” ทำความรู้จัก CRPs ผ่านกรณีศึกษา BeNice - Marketeer Online
เมื่อพูดถึง “ความสำเร็จของแบรนด์” คุณคิดว่าตัวชี้วัดสำคัญนั้นมาจากอะไร
คนส่วนใหญ่มักนึกถึง “ยอดขาย” หรือ “ส่วนแบ่งการตลาด” (Market Share) เป็นอันดับแรก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่การเติบโตของแบรนด์ไม่ได้สะท้อนผ่านยอดขายหรือส่วนแบ่งการตลาดเพียงอย่างเดียว ในมุมของธุรกิจและการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยังมีอีกหนึ่งมาตรวัดสำคัญที่ใช้สะท้อน การเข้าถึงและการถูกเลือกซื้อของผู้บริโภค นั่นคือ CRPs หรือ Consumer Reach Points
CRPs คืออะไร ทำไมแบรนด์ชั้นนำถึงให้ความสำคัญ?
CRPs คือดัชนีชี้วัดอัตราการเข้าถึงผู้บริโภค ที่วัดผลจาก “พฤติกรรมการซื้อจริง” ของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เป็นตัวเงิน
ดังนั้นการที่แบรนด์มีค่า CRPs สูง แปลว่าแบรนด์นั้นสามารถสร้างลูกค้ารายใหม่ได้ ไปพร้อมๆ กับทำให้ลูกค้าเดิมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ได้จริง
โดย CRPs คำนวณจาก 3 องค์ประกอบหลัก คือ Population หรือจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในตลาด ตามด้วย Penetration ซึ่งหมายถึงสัดส่วนของครัวเรือนที่ตัดสินใจเลือกซื้อแบรนด์นั้นอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อเป็นตัวแทนของการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ และปิดท้ายด้วย Frequency หรือความถี่ในการกลับมาซื้อซ้ำตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์

กรณีศึกษา BeNice แบรนด์ที่ผสาน Data กับ Insight สู่แบรนด์อันดับ 1
ตัวอย่างที่สะท้อนความสำคัญของดัชนีนี้ได้อย่างชัดเจนคือ BeNice (บีไนซ์) ภายใต้ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)
ล่าสุดกับการคว้ารางวัล “Top Rising Brand” (แบรนด์ที่ถูกเลือกซื้อเติบโตเร็วที่สุด) ในกลุ่ม Personal Care จากเวที Brand Footprint Thailand Awards 2026 โดย Worldpanel by Numerator*
โดยช่วงเวลา 1 ปี (6 ต.ค. 2567 – 5 ต.ค. 2568) BeNice ถูกเลือกซื้อสูงถึง 18 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น +1.8 ล้านครั้ง เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่ม Personal Care ทั้งตลาด
นอกจากนี้ BeNice ยังตอกย้ำยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยข้อมูลจาก NielsenIQ Thailand ที่ยืนยันว่า BeNice คือแบรนด์ครีมอาบน้ำที่มียอดขายสะสมสูงสุดตลอด 7 เดือนแรกของปี 2569 (ช่วงม.ค. – ก.ค. 2569)
ทำไม BeNice ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้มาจากการขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลักของ NEO Corporate เพื่อสร้าง Brand Building ให้กับ BeNice อย่างยั่งยืน คือ
- Innovation: ความแข็งแกร่งด้าน R&D อย่างการนำนวัตกรรม EXOSOME ที่นิยมในคลินิกความงาม มาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ผิวกายอย่าง BeNice ExoBright ที่มามอบผลลัพธ์การบำรุงผิวระดับหัตถการความงามอย่างล้ำลึก รวมถึง การสร้างสีสันใหม่ๆ ให้ตลาด เช่น BeNice Tokyo Ichigo ซีรีส์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก Fresh Cells Strawberry และวิตามินซีเข้มข้น
- Consumer Insight: การออกผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น สูตร Anti-bac Icy Lock สำหรับเมืองร้อน หรือแคมเปญครีมอาบน้ำข้าวเหนียวมะม่วงที่ BeNice คอลแลปส์กับแม่วารี
- ESG: BeNice เป็นอีกหนึ่ง ‘แบรนด์รักษ์โลก’ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง เพื่อลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ซึ่งช่วยเติมเต็มทั้งประสบการณ์การดูแลผิวควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“การได้รับรางวัล Top Rising Brand ของ BeNice ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ภายใต้การดำเนินงานของ นีโอ คอร์ปอเรท และสะท้อนผลสำเร็จของกลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์บนพื้นฐานของนวัตกรรม ความเข้าใจผู้บริโภค และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน” ณิชมน ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าว
ความสำเร็จของ BeNice ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญให้แบรนด์และนักการตลาดในยุคนี้ ถึงประเด็นการเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดอย่างยั่งยืน ที่ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่าง “ยอดขาย” และ “ความสามารถในการเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคจนเกิดการซื้อซ้ำ” อย่างแท้จริง

*Worldpanel by Numerator คือ ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภค โดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจและติดตามพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องผ่าน Consumer Panel และมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาดประเทศไทยมากกว่า 27 ปี”
#BeNice #บีไนซ์ #NEOCorporate #นีโอคอร์ปอเรท #TopRisingBrand