กระแสมัทฉะฟีเวอร์ไม่แผ่ว! CRG เปิดตัวแบรนด์ใหม่ I’M MATCHA ราคาเริ่ม 95 บาท เสริมพอร์ตธุรกิจ

กระแสความนิยมในการบริโภคมัทฉะยังแรงไม่หยุด สะท้อนจากภาพรวมตลาดมัทฉะในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ราว 14 8% ขณะเดียวกัน ตลาดมัทฉะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • CRG ส่งแบรนด์น้องใหม่ ชิงตลาดมัทฉะไทย ทลายกำแพงราคาเริ่ม 95 บาท
  • ดันมูลค่าแบรนด์ Hanam BBQ ปิ้งย่างเกาหลีพรีเมียม แตะ 300 ล้าน
  • ปิดตำนาน 16 ปี ยุติแบรนด์ ‘ชาบูตง ราเมง’ ปรับพอร์ตโฟลิโอดันกำไร

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริโภคมัทฉะที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสทางธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น

จากสัญญาณบวกดังกล่าว บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG จึงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ‘I’M MATCHA’ (แอม มัทฉะ) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด ‘Matcha Made Modern – the funky matcha way’ โดยมุ่งนำเสนอเครื่องดื่มมัทฉะเกรดพิธีการจากประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

CRG ส่งแบรนด์น้องใหม่ ชิงตลาดมัทฉะไทย ทลายกำแพงราคาเริ่ม 95 บาท

สำหรับการเปิดตัวในระยะแรก I’M MATCHA ได้เปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป จากนั้นมีแผนขยายสาขาไปยังกลุ่มศูนย์การค้าในเขตตัวเมืองภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในทำเลที่มีกำลังซื้อและมีพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้าน

การเปิดตัวแบรนด์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเข้าถึงมัทฉะคุณภาพสูง โดยทั่วไปมัทฉะเกรดพิธีการมักมีราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังมองว่ามัทฉะคุณภาพดีเป็นเครื่องดื่มสำหรับโอกาสพิเศษมากกว่าการบริโภคในชีวิตประจำวัน

ด้วยเหตุนี้ CRG จึงวางแนวคิดหลักของแบรนด์ไว้ที่ ‘Ceremonial Quality & Everyday Accessibility’ หรือการนำเสนอคุณภาพระดับเกรดพิธีการควบคู่กับการเข้าถึงได้ในทุกวัน พร้อมกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 95 บาท เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านราคาและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถดื่มมัทฉะคุณภาพสูงได้บ่อยครั้งขึ้น

ในด้านวัตถุดิบ I’M MATCHA ให้ความสำคัญกับการคัดสรรใบชาจากแหล่งปลูกชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น โดยเลือกใช้ชาจาก 4 แหล่งสำคัญ ได้แก่ คาโกชิมะ , ยาเมะ , ชิซูโอกะ และอุจิ ซึ่งแต่ละแหล่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านรสชาติ กลิ่น และคาแรกเตอร์ของชาต่างกัน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทำความรู้จักกับรสชาติที่หลากหลายของมัทฉะจากญี่ปุ่น

นอกจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และราคาแล้ว แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางการตลาด โดยเปิดตัว ‘น้องมัทจัง’ มาสคอตประจำแบรนด์ ซึ่งนำเสนอผ่านคาแรกเตอร์มัทฉะในรูปแบบแมว เพื่อสร้างภาพจำที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เชื่อว่าคาแรกเตอร์ดังกล่าวจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในตลาดเครื่องดื่มมัทฉะที่มีการแข่งขันสูง พร้อมทั้งสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และกลุ่มวัยทำงานได้

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ CRG ยังได้เปิดตัว ‘Hanam BBQ’ ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ หลังได้รับสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ดันมูลค่าแบรนด์ Hanam BBQ ปิ้งย่างเกาหลีพรีเมียม แตะ 300 ล้าน

นอกจากนี้ CRG ยังตั้งเป้าผลักดัน Hanam BBQ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียมที่มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย โดยมุ่งสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไป

ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ตลาดอาหารเกาหลียังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากกระแส K-Culture ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญทั้งกับรสชาติอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ และประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์

ด้วยแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจึงตั้งเป้าขยายสาขา Hanam BBQ เฉลี่ยปีละ 2–3 สาขา หรือประมาณ 10 สาขาภายในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า พร้อมวางเป้าหมายสร้างมูลค่าแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้ได้มากกว่า 300 ล้านบาท โดยแผนการขยายธุรกิจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ CRG ต่อศักยภาพการเติบโตของตลาดอาหารเกาหลีในประเทศไทย รวมถึงโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ให้มีบทบาทในกลุ่มร้านอาหารระดับพรีเมียมมากขึ้น

ปิดตำนาน 16 ปี ยุติแบรนด์ ‘ชาบูตง ราเมง’ ปรับพอร์ตโฟลิโอดันกำไร

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีศักยภาพ CRG ยังได้ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอบางส่วน โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ปิดตัว ‘ชาบูตง ราเมง’ ร้านราเมงชื่อดังภายในเครือ หลังให้บริการผู้บริโภคชาวไทยมาเป็นเวลานานถึง 16 ปี

สำหรับสาเหตุของการปิดตัว บริษัทรายงานว่า ได้ปิดสาขาแบรนด์ชาบูตงไปกว่า 10 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรได้ พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อปรับปรุงอัตราการทำกำไรให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในสิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,510 สาขา ซึ่งรวมสาขาของแบรนด์ร่วมทุนแล้ว โดยมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิ 98 สาขา เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มี 1,412 สาขา และเพิ่มขึ้นสุทธิ 22 สาขา เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มี 1,488 สาขา

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากการเริ่มนับรวมสาขาของแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ ซึ่งมีจำนวน 55 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2569 รวมถึงการขยายสาขาของแบรนด์อื่นๆ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ได้แก่ อานตี้ แอนส์ เพิ่มขึ้น 28 สาขา, ชินคันเซ็น ซูชิ เพิ่มขึ้น 20 สาขา, คัตสึยะ เพิ่มขึ้น 10 สาขา, เคเอฟซี เพิ่มขึ้น 7 สาขา, สลัดแฟคทอรี เพิ่มขึ้น 7 สาขา และคีอานิ เพิ่มขึ้น 5 สาขา