Cpaxt กำไรกลับมาโต แต่ราคายังนิ่ง / Aekinvestment by เอกพิทยา
- หน้าหลัก
- News1
- News1
Cpaxt กำไรกลับมาโต แต่ราคายังนิ่ง / Aekinvestment by เอกพิทยา
เผยแพร่: 31 ก.ค. 2569 18:54 ปรับปรุง: 31 ก.ค. 2569 18:55 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
CPAXT ผ่านจุดต่ำสุด กำไร Q1/69 กลับมาโตแรงสวนราคาหุ้น โบรกชี้ตลาดมองข้ามขุมทรัพย์ B2B และออนไลน์ที่เติบโตสูง แนะซื้อสะสมเป้า 20 บาท CPAXT ผ่านจุดต่ำสุด กำไร Q1/69 กลับมาโตแรงสวนราคาหุ้น โบรกชี้ตลาดมองข้ามขุมทรัพย์ B2B และออนไลน์ที่เติบโตสูง
กำไรถูกกดจากฐานสูงและมาร์จิ้น ไม่ใช่ธุรกิจถดถอย
ปี 2568 กำไรสุทธิ CPAXT อยู่ที่ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากปีก่อนที่ 10,569 ล้านบาท ตัวเลขที่ดูอ่อนนี้มาจากสองปัจจัยที่เป็นวัฏจักร ไม่ใช่โครงสร้าง หนึ่งคืออัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ย่อลงเล็กน้อยเหลือ 14.3% จากการที่สินค้ากลุ่ม non-food มาร์จิ้นสูงขายชะลอตามกำลังซื้อ และบริษัทต้องใช้กลยุทธ์ราคาสู้ในตลาด สองคือฐานกำไรปี 2567 ที่สูงผิดปกติ เมื่อมองที่รายได้รวมยังโตเป็น 520,706 ล้านบาท และยอดขายออนไลน์โต 27.4% เราเห็นว่าเครื่องยนต์ยอดขายยังทำงานปกติ สิ่งที่หายไปคือมาร์จิ้น ซึ่งเป็นตัวแปรที่ฟื้นได้เมื่อ mix สินค้ากลับมา
Q1/69 ยืนยันแล้วว่ากำไรกลับมาโต
ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 2,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 9% QoQ บนรายได้รวม 136,050 ล้านบาทซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาส จุดที่เราให้น้ำหนักคือกำไรกลับมาเป็นบวกทั้ง YoY และ QoQ พร้อมกัน หลังจากติดลบมาหลายไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่ทำสถิติและต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงจากการบริหารหนี้ ยอดขายออนไลน์ยังโต 27.6% และสัดส่วนการขายนอกร้านขยับเป็น 22% ของรายได้ขายสินค้า เราจึงมองว่าโมเมนตัมกำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบไปแล้ว
โมเดล B2B + ออนไลน์ คือส่วนที่ตลาดมองข้าม
ตลาดยังคิดราคา CPAXT เป็นค้าปลีกที่โตช้าตามการบริโภคในประเทศ แต่โครงสร้างรายได้กำลังเปลี่ยน ธุรกิจค้าส่ง B2B ผ่านแม็คโครโตต่อเนื่องจากสาขาใหม่และ Omni Channel ขณะที่แพลตฟอร์มออนไลน์ Makro PRO ครองอันดับหนึ่ง Grocery E-Commerce ของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สองส่วนนี้มาร์จิ้นและการเติบโตสูงกว่าค้าปลีกดั้งเดิม และช่วยกระจายความเสี่ยงจากกำลังซื้อในประเทศ นอกจากนี้การขยายในมาเลเซียและอาเซียนเปิดพื้นที่เติบโตระยะยาวที่ยังไม่สะท้อนในราคาปัจจุบัน อีกทั้งปัญหาที่กัมพูชา อาจจะกระทบในสาขาที่เปิด แต่เป็นส่วนน้อยของรายได้ทั้งหมด กรณีมีการตัดค่าเสียหายในการลงทุน ก็อาจจะเป็นแค่ชั่วคราว(กรณีแย่สุด)
Valuation: หุ้น defensive ที่ราคาลงมาถึงจุดน่าสะสม
ประมาณการของเราให้กำไรปี 2569 ที่ 10,250 ล้านบาท (+9.6%) และปี 2570 ที่ 11,350 ล้านบาท (+10.7%) คิดเป็น EPS 0.98 และ 1.09 บาท ราคาหุ้นปรับลงกว่า 38% ในรอบปี ทำให้ปัจจุบันเทรดที่ PER ปี 2569 ราว 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองอย่างมีนัย สำหรับธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและ Net IBD/Equity เพียง 0.33 เท่า เราให้ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท อิง PER 20.3 เท่าของกำไรปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นเคยเทรดในภาวะปกติ พร้อมเงินปันผลระหว่างรอ โดยปี 2568 จ่ายรวม 0.71 บาท/หุ้น Upside 35.1% แนะนำ
ซื้อ ปัจจัยเสี่ยง: การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่ช้ากว่าคาด การแข่งขันด้านราคาที่กดมาร์จิ้นต่อเนื่อง และต้นทุนจากโครงการลงทุนใหม่เช่น Habitat ที่อาจกดกำไรระยะสั้น