CJ more คาดรายได้แตะ 1 แสนล้านบาทปีหน้า เร่งขยายสาขาครบ 2,500 แห่งปลายปี ปักเข้าตลาดหุ้นปี 72 แย้ม HSX,SGX และ NASDAQ รุมจีบ - เส้นทางเศรษฐี

จากวันแรกที่ CJ Express เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อแบรนด์เล็ก ๆ ในจังหวัดราชบุรี คนต่างจังหวัดคุ้นเคยกับชื่อนี้กันดี และไม่มีใครจินตนาการได้ว่าคอนวิเนี่ยนสโตร์ต่างจังหวัดจะสามารถเติบโตมาได้ระดับ 79,000 ล้านบาท 

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” เจ้าของอาณาจักรคาราบาวกรุ๊ป เข้าไปซื้อหุ้นมากกว่า 80% จากเจ้าของเดิม แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป

จากวันนั้นถึงวันนี้ CJ Express ได้เติบโตจนก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านบาท กับภาพการเป็นร้านสะดวกซื้อที่เข้าถึงชุมชน สินค้าราคาประหยัด โดยเริ่มจะครองปากซอยหมู่บ้านเกือบจะครบแล้วด้วยจำนวนสาขามากกว่า 2,100 แห่ง และจะจบปีด้วยจำนวน 2,500 สาขา

เมื่อย้อนดูผลประกอบการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CJ Express ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากที่เคยประกาศไว้ว่าจะแต่งตัวเข้าตลาดฯ ปี 2565 แต่เลื่อนมาต่อเนื่อง 

บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด 

ปี 2564 รายได้ 29,723 ล้านบาท  กำไร 1,364,870,726 ล้านบาท

ปี 2565 รายได้ 35,557 ล้านบาท  กำไร 1,772,091,256 ล้านบาท 

ปี 2566 รายได้ 44,465 ล้านบาท  กำไร 2,623,155,641 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 59,551 ล้านบาท  กำไร 3,858,835,617 ล้านบาท

ปี 2568 รายได้ 79,766 ล้านบาท  กำไร 4,954,728,142 ล้านบาท

อ้างอิง : DBD

CJ More ยิ้มรับแบรนด์ดิ้งเริ่มชัด

ในตลาดค้าปลีกไทยคาดการณ์ว่ามีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4.38 ล้านล้านบาท อ้างอิงตัวเลขจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แต่โมเดลร้านสะดวกซื้อที่เน้นเจาะชุมชน โฟกัสสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด ชูสินค้าชาวบ้าน ต้องยกให้ CJ More เป็นผู้ครองเซกเมนต์นี้

ในช่วงแรกบริษัทพยายามอย่างมากในการทำโมเดลร้านของตนให้โดดเด่นแตกต่างจากยักษ์ใหญ่ในตลาด จึงเลือกมาชูการเป็นร้านสะดวกซื้อราคาประหยัด เจาะลูกค้าชุมชน เริ่มที่การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาโปรโมชั่น  คนเข้าถึงได้ในราคาถูก แม้สินค้าบางอย่างอาจจะไม่ได้แตกต่างจากอีกเจ้า แต่เมื่อคนจดจำแล้วว่าร้านนี้สินค้าราคาถูก จึงทำให้ CJ ประสบความสำเร็จในการดึงลูกค้าเข้าร้าน สะท้อนจากจำนวนการสมัครสมาชิกที่สูงถึง 13 ล้านคนแล้ว อีกทั้งผู้เข้าใช้บริการสูงกว่า 1.1 ล้านคนต่อวัน และในจำนวนนี้มีสัดส่วนของผู้ที่เป็นสมาชิกถึง 80%

เป็นภาพสะท้อนว่า Branding ค่อนข้างชัด คนจดจำ และเริ่มติดตลาดแล้ว ทำให้ต่อมา CJ พัฒนาโมเดลร้านใหม่ ๆ เพิ่มเติม ปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น

CJ Supermarket เป็นซูเปอร์คอนวิเนียนสโตร์ใกล้บ้าน, CJ More คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็ก มีนายน์ บิวตี้, บาวคาเฟ่, เอ-โฮม ขายสินค้า D.I.Y. อุปกรณ์เครื่องมือช่าง ทำสวน อุปกรณ์ไฟฟ้า เน้นเจาะตลาดกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ CJX ซึ่งเป็นโมลเดลขายทั้งปลีกและส่ง ยังอยู่ในช่วงทดลอง

ปีหน้าตั้งงบลงทุน 5-6 พันล้านบาท

จากจำนวนสาขาในปัจจุบัน 2,100 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัด แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 30% เหนือ 20% อีสาน 20% ใต้ 10% ในปีนี้ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 5,000 ล้านบาท เฉลี่ยตัวเลขการลงทุนต่อสาขาที่ 9-10 ล้านบาท แต่ในปีหน้าวางงบไว้เพิ่ม 5-6 พันล้านบาท ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 500 แห่ง เน้นโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

2570 ลุ้นแตะแสนล้านบาท

จากปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 80,000 ล้านบาท ในปีหน้าคาดแตะแสนล้านบาท ซึ่งรายได้ของ ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส ขับเคลื่อนคาราบาวกรุ๊ปอยู่ที่ 80%

แผนเข้าตลาดหลักทรัพย์

คุณเสถียรยืนยันว่าบริษัทมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ และกำลังเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยระบุว่าการเลื่อนแผนที่ผ่านมาเป็นการเลื่อนอย่างเป็นทางการเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเลื่อนที่ยาวนาน มีตลาดต่างประเทศติดต่อเข้ามาหลายราย ทั้งฮั่งเส็ง (ฮ่องกง) มีจุดขายที่มีปริมาณการซื้อขายเป็นอันดับ 2 ของโลกและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องพิจารณาว่านักลงทุนรายย่อยในตลาดจีน/ฮ่องกงรู้จักแบรนด์ซีเจหรือไม่ แม้นักลงทุนสถาบันจะรู้จักก็ตาม จึงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ, SGX (สิงคโปร์) จุดที่น่าสนใจคือหากยื่นไฟลิ่งที่ SGX แล้ว สามารถต่อยอดเข้า NASDAQ ได้โดยใช้เอกสารชุดเดียวกัน นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลสิงคโปร์ลงทุนในตลาดหุ้นมาก และ CJ มีความได้เปรียบคู่แข่งในกลุ่มค้าปลีก รวมถึง NASDAQ (สหรัฐฯ) ที่เพิ่งเข้ามาคุยครั้งแรก แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เป็นรูปธรรม

แต่คุณเสถียรยืนยันว่าบริษัทในเครือคาราบาวทั้งหมดดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง มีหนี้สินต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับรายได้และกำไร จึงไม่มีแรงกดดันที่ต้องระดมทุนเพื่อใช้หนี้ มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น เพราะเงินที่ระดมทุนมาคือเงินของประชาชน ไม่ใช่เข้าตลาดแล้วผู้บริหารจะถอนตัวออกไป

เศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้อหดตัว

คุณเสถียร กล่าวว่า ความท้าทายในปีนี้คือเศรษฐกิจโดยรวมที่ดูท่าไม่ค่อยดี ภาพสถานการณ์ต้นทุนโดยรวมสู้ปีที่เเล้วไม่ได้ แต่ถ้ามองในภาพใหญ่ทั้งเครือดีกว่าปีที่แล้ว

“ทำธุรกิจเนี่ย มันก็เป็นช่วงเวลาของการทดสอบว่า เอ้ยเราจะทนกับสภาวะแวดล้อม แรงกระแทกของการเปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองได้แค่ไหน หลายคนรู้จักผม ผมมี background ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ผมให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้”

ด้านผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ Same Store Sale Growth อยู่ที่ 2% แต่เดิมอยู่ 5-6% แต่คุณเสถียรยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรค ในการทำธุรกิจต้องยอมรับและปรับตัวได้ทุกสถานการณ์

Tags

Related Posts

จากวันแรกที่ CJ Express เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อแบรนด์เล็ก ๆ ในจังหวัดราชบุรี คนต่างจังหวัดคุ้นเคยกับชื่อนี้กันดี และไม่มีใครจินตนาการได้ว่าคอนวิเนี่ยนสโตร์ต่างจังหวัดจะสามารถเติบโตมาได้ระดับ 79,000 ล้านบาท  จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” เจ้าของอาณาจักรคาราบาวกรุ๊ป เข้าไปซื้อหุ้นมากกว่า 80% จากเจ้าของเดิม แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จากวันนั้นถึงวันนี้ CJ Express ได้เติบโตจนก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านบาท กับภาพการเป็นร้านสะดวกซื้อที่เข้าถึงชุมชน สินค้าราคาประหยัด โดยเริ่มจะครองปากซอยหมู่บ้านเกือบจะครบแล้วด้วยจำนวนสาขามากกว่า 2,100 แห่ง และจะจบปีด้วยจำนวน 2,500 สาขา เมื่อย้อนดูผลประกอบการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CJ Express ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากที่เคยประกาศไว้ว่าจะแต่งตัวเข้าตลาดฯ ปี 2565 แต่เลื่อนมาต่อเนื่อง  บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด  ปี 2564 รายได้ 29,723 ล้านบาท  กำไร 1,364,870,726 ล้านบาท ปี 2565 รายได้ 35,557 ล้านบาท  กำไร 1,772,091,256 ล้านบาท  ปี 2566 รายได้ 44,465 ล้านบาท  กำไร 2,623,155,641 ล้านบาท ปี 2567 รายได้ 59,551 ล้านบาท  ก

15 กันยายน 2569

พาสำรวจ 7 เมืองในไทย ที่ต่อยอดวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม ให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน 

“เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) โครงการที่ชวนคนในพื้นที่กลับมาค้นหาและทำความเข้าใจตัวตนของเมือง ตั้งแต่คุณค่าที่ผู้คนมีร่วมกัน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ไปจนถึงศักยภาพและสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพื้นที่  ก่อนนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นทิศทางในการพัฒนาเมือง และถ่ายทอดผ่านการสร้างแบรนด์เมืองสร้างสรรค์ที่มีตัวตนชัดเจนขึ้น การสร้างแบรนด์เมืองอาจไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ให้กับเมืองเสมอไป เพราะในแต่ละพื้นที่มีเรื่องราว ผู้คน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และต้นทุนที่สั่งสมอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ได้ถูกมองเห็นหรือถูกเล่าเรื่องออกมาในภาพเดียวกัน  การพาเมืองไปข้างหน้า จึงอาจเริ่มจากการกลับมาทำความเข้าใจว่า เมืองมีอะไรดีอยู่แล้ว และจะทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมีคุณค่ามากขึ้นได้อย่างไร “เนรมิตเมือง” จึงไม่ได้ใช้วิธีการสื่อสารให้ทุกเมืองเหมือนกัน แต่เราเปิดพื้นที่ให้แต่ละเมืองค้นหาคุณค่าที่เป็นของตัวเอง แล้วนำมาพัฒนาเป็นทิศทางที่สามารถเชื่อมโยงคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โอกาสทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมถึงการต่อยอดให้สิ่งที่มีอยู่ให้กลายเป็นคุณค่าใหม่ในอน

15 กันยายน 2569

ทูน่ากระป๋อง อาจเป็นอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เปิดฝากระป๋องก็พร้อมกิน หรือเอาไปทำสลัด แซนด์วิช และอาหารได้อีกหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังอาหารกระป๋องธรรมดาๆ กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงภายในงาน The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition หรือ INFOFISH TUNA 2026 งานประชุมและแสดงสินค้าระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยเองก็ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะปลาทูน่าที่จับได้ในประเทศ เพราะในปี 2568 ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน มูลค่า 43,031 ล้านบาท ก่อนนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในส่วนของการแปรรูปและส่งออก โดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ก่อนผ่านกระบวนการผลิตในไทยแล้วส่งต่อไปยังตลาดทั่วโลก ในปี 2568 ไทยส่งออกปลาทูน่ากระป๋องและผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท โ

15 กันยายน 2569

คุณเคยชอบอะไรบางอย่างมากๆ ไหมครับ มากเสียจนอยากหันไปเล่าให้ใครสักคนฟัง แต่พอหันไปรอบตัวกลับไม่รู้ว่าจะเล่าให้ใครฟัง แต่ในกรุงเทพฯ มีร้านหนังสือคอมมิคแห่งหนึ่ง หน้าร้านเต็มไปด้วยโปสเตอร์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่สะดุดตา เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่พบไม่ใช่แค่เพียงชั้นวางหนังสือ แต่คือเจ้าของร้านที่พร้อมพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องราว ตัวละคร และสิ่งที่ชอบ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปพูดคุยกับ คุณเก่ง-สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ เจ้าของ Prime Comic ถึงจุดเริ่มต้นจากความชื่นชอบในหนังสือคอมมิค สู่การต่อยอดเป็นธุรกิจนำเข้าคอมมิคจากต่างประเทศ พร้อมเรื่องราวของการสร้าง Community ที่เปิดพื้นที่ให้คนรักในสิ่งเดียวกันได้มาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความชอบร่วมกัน  จุดเริ่มต้น จากความชอบสู่เจ้าของ Prime Comic “Prime Comic” หนึ่งในร้านหนังสือคอมมิคไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่นำเข้าหนังสือการ์ตูนจากสหรัฐอเมริกามาจำหน่าย สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 7 แสนบาท และยังเป็นหนึ่งในร้านที่พยายามสร้างพื้นที่ให้คนรักคอมมิคได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนความชอบร่วมกัน  ซึ่ง Comic (คอมมิค) คือหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อหาหลากหลายแนว ตั้งแ

15 กันยายน 2569

ทุกวันนี้ ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีเพียงชื่อ “7-Eleven” หากคุณมองไปอีกฝั่งของถนนจะเห็น “CJ MORE” ตั้งอยู่ใกล้ๆ หรือบางทีก็อยู่ข้างๆ กันเลย จนหลายคนคิดว่านี่คือแบรนด์ที่จะเข้ามาท้าชิงตลาดคอนวีเนี่ยนสโตร์ แต่จริงๆ แล้ว ภายใต้ภาพการต่อสู้ด้านธุรกิจ “แอ๊ด คาราบาว” (นายยืนยง โอภากุล) ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 (ถือหุ้นประมาณ 7.05%) ใน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงมีตำแหน่งกรรมการในบริษัทในเครือ เช่น บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด และบริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่าน Facebook ส่วนตัว Add Bao โดยเริ่มเรื่องว่า . ท่านประทาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ผมรู้จัก จากเสื่อผืนหมอนใบ ของคนไทยลูกจีนถึงมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม (บันทึกโดย แอ๊ด คาราบาว 12 กันยายน 2569) ก่อนที่คุณแอ๊ดเริ่มเล่าในโพสต์ว่า ครอบครัวของตนเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยบรรพชนฝ่ายแม่เป็นชาวแต้จิ๋วจากเท่งไห้ใกล้ซัวเถา ส่วนฝ่ายพ่อมาจากฮงซุน เป็นดินแดนของพวกปั๊วซัวแคะ แซ่โอ๊วหรือหู ต่อมาอาปาจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “โอภากุล” ตระกูลคนไทยลูกจีนสร้างธุรกิจยักษ์ คนจีนร

14 กันยายน 2569

กว่าจะถึง 100 ล้าน ไม่ง่าย “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” เบื้องหลังรุ่นสาม เจอสารพัดปัญหา ก่อนธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด

ภาพจำในอดีตของ “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” คือภูมิปัญญาชาวบ้านที่ตาแสวงทำให้ภรรยาใช้ เป็นอุปกรณ์ยืดเส้นคลายเส้น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย หาซื้อได้ตามงานวัด งาน OTOP หรืองานกาชาด  แต่เมื่อ เจ – ณัฐวัฒน์ พุ่มบุญทริก หลานเขยเข้ามารับช่วงต่อปรับโฉมธุรกิจในรุ่นสาม ทำให้เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวงกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มสีสันและลวดลายให้ทันสมัย จนกลายเป็นไอเทมที่หลายบ้านมีติดไว้ใช้งาน โดยในปี 2568 “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” สร้างรายได้ราว 73 ล้านบาท ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 100 กว่าล้านบาทในเวลาเพียง 7 เดือนของปี 2569 ทว่า เส้นทางการเติบโตสู่รายได้หลักร้อยล้านไม่ได้เรียบง่ายและสวยหรู เจให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐี” ถึงที่มาของการเข้ามาสานต่อธุรกิจ อุปสรรคที่ต้องเจอ รวมถึงกลยุทธ์ที่ใช้ปรับจนธุรกิจเติบโตมาถึงวันนี้ เป็นรุ่นสามไม่ง่าย เจอสารพัดอุปสรรค เจเปิดบริษัทรับทำการตลาดให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง สกินแคร์ และอาหารเสริมมากมาย โดยไม่มีแนวคิดรับช่วงต่อธุรกิจ เพราะมองว่าเป็นงานหนัก สินค้าชิ้นใหญ่ ค่าโลจิสติกส์สูง ปัญหาเยอะ แต่แฟนเอ่ยปากชวนมาช่วยธุรกิจของที่บ้านอยู่เป็นเดือน เจจ

14 กันยายน 2569