Chartered Group สปินออฟ “XTEND AI Robotics” เทรดตลาดนิวยอร์ก ดันมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้าน!

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (4 ต.ค.69) ว่า Chartered Group กลุ่มลงทุนระดับโลกซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ของ XTEND AI Robotics หรือ XTEND (NYSE: XTND) ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หลังบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ด้วยมูลค่าประเมินประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ XTEND เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการกับ JFB Construction Holdings โดยธุรกรรมดังกล่าวระดมทุนรวมประมาณ 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ XTEND มีมูลค่าประเมินประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับ Chartered Group เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนระยะแรกและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ XTEND โดยเข้าลงทุนตั้งแต่บริษัทอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังคงสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยจากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) พบว่า ผลประโยชน์การลงทุนของ Chartered Group ใน XTEND ถือผ่านนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง รวมถึง Opus Chartered Issuances S.A. กองทุนที่เกี่ยวข้องกับ Japan Israel High Tech Ventures และ Chartered Holdings Limited
โดย Eyal Agmoni ผู้ก่อตั้งและประธาน Chartered Group เป็นผู้รับประโยชน์สูงสุด (Ultimate Beneficial Owner: UBO) ของการลงทุนดังกล่าว ซึ่งโครงสร้างการลงทุนของกลุ่มมีผลประโยชน์ใน XTEND คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วของบริษัท
XTEND ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Physical AI ซึ่งช่วยให้เครื่องจักรสามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และปฏิบัติงานทางกายภาพในโลกจริง
เทคโนโลยีหลักของบริษัทคือ XTEND Operating System หรือ XOS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงระบบอัตโนมัติและแพลตฟอร์มหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบ โดยใช้แนวคิด Human-Machine Teaming ให้มนุษย์กำหนดเป้าหมายและกำกับภารกิจ ขณะที่ระบบอัตโนมัติสามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง
บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน XOS รองรับระบบที่มีการใช้งานจริงแล้วมากกว่า 12,500 ระบบในกว่า 30 ประเทศ โดยการใช้งานครอบคลุมทั้งด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคงภายในประเทศ การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ และภารกิจอื่น ๆ ที่สามารถใช้หุ่นยนต์เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย เพื่อลดความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเผชิญโดยตรง
ด้าน Agmoni กล่าวว่า Chartered Group ตัดสินใจลงทุนใน XTEND ตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของทีมงาน เทคโนโลยี และโอกาสในการพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการใช้งานจริง โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพของ Physical AI ซึ่งมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในหมวดเทคโนโลยีสำคัญในอนาคต
ขณะเดียวกัน การลงทุนของ Chartered Group ยังครอบคลุมประเทศไทย โดยกลุ่มมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน Bangchak และ MFC
สำหรับ Bangchak ผ่าน Alpha Chartered Energy Co., Ltd. Chartered Group เข้าซื้อหุ้น Bangchak ประมาณ 275.5 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20.01% ของบริษัท โดยมองว่าบางจากมีศักยภาพในระยะยาวจากการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจพลังงานแบบดั้งเดิมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)
ส่วน MFC นั้น Opus Chartered Issuances S.A. เข้าซื้อหุ้นประมาณ 31.36 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24.96% ของ MFC โดยการลงทุนสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Chartered Group ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการทางการเงิน การบริหารสินทรัพย์ และการพัฒนาความร่วมมือด้านการบริหารความมั่งคั่งในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ การลงทุนใน XTEND, Bangchak และ MFC สะท้อนแนวทางของ Chartered Group ที่มุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว
การเข้าจดทะเบียนของ XTEND ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วยมูลค่าประเมินประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Chartered Group ในการลงทุนด้านเทคโนโลยี ขณะที่การถือหุ้นใน Bangchak และ MFC สะท้อนถึงความสนใจของกลุ่มต่อประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญของพอร์ตการลงทุนระดับโลก