กลยุทธ์ Carry Trade ‘ฟรังก์สวิส’ ผงาดแทน ‘เงินเยน’

ตลาดเงินตราต่างประเทศระดับโลก กำลังเกิดการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อนักลงทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลก เริ่มลดบทบาทของ “เงินเยน” ในฐานะสกุลเงินหลัก สำหรับกู้ยืมไปลงทุนหรือ Funding Currency โดยหันไปพึ่งพา “ฟรังก์สวิส” เป็นทางเลือกใหม่ ในการทำกลยุทธ์ Carry Trade เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงท่ามกลางคลื่นความผันผวนระลอกใหม่
กลยุทธ์ Carry Trade เป็นการกู้ยืมเงินในสกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์หรือสกุลเงินของประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เคยมี “เงินเยน” เป็นหัวใจหลักมาโดยตลอด ด้วยนโยบายดอกเบี้ยต่ำติดดินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกลับเปลี่ยนไป เมื่อความเสี่ยงจากการเข้าแทรกแซงค่าเงิน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับสหรัฐฯ ประกอบกับสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ ส่งผลให้ความผันผวนของเงินเยนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันให้นักลงทุนต้องเร่งหาแหล่งเงินทุนใหม่ที่มีความเสถียรมากกว่า
3 เหตุผลหลักที่ “ฟรังก์สวิส” กลายเป็นขวัญใจนักลงทุน..
1)ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ระดับต่ำสุด : อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ปัจจุบันยังคงอยู่ใกล้ระดับ 0% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินฟรังก์สวิส ต่ำกว่าสกุลเงินอื่นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างเห็นได้ชัด
2)กรอบความผันผวนที่คาดเดาได้ : SNB มีท่าทีและนโยบายชัดเจนในการพร้อมเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อจำกัดการแข็งค่าของเงินฟรังก์สวิส ไม่ให้กระทบต่อภาคการส่งออก ท่าทีดังกล่าวช่วยสร้าง “เพดานความเสี่ยง” ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าสกุลเงินที่กู้มาจะไม่แข็งค่าพุ่งสูงขึ้นจนทำลายผลกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย
3)ช่องว่างผลตอบแทนที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน : จากข้อมูลการลงทุนจริงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา กลยุทธ์การกู้เงินฟรังก์สวิส เพื่อนำไปปล่อยกู้หรือลงทุนในเปโซเม็กซิโก สามารถสร้างผลตอบแทนเกือบ 4% ขณะที่การใช้เงินเยนในยุทธศาสตร์เดียวกันกลับสร้างผลตอบแทนได้เพียง 1.3% เท่านั้น
ความเสี่ยงของเงินเยน เริ่มเด่นชัดนับตั้งแต่เหตุการณ์แทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่ ที่สร้างบทเรียนให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ข้อมูลจาก Commodity Futures Trading Commission (CFTC) สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่า เฮดจ์ฟันด์ ได้เพิ่มสถานะ Net Short ในเงินฟรังก์สวิส จนเกือบแตะระดับสูงสุดรอบ 2 เดือน ควบคู่กับการทยอยลดสถานะ Short ในเงินเยนลงติดต่อกัน
จากปรากฏการณ์นี้ JPMorgan ระบุว่า ตลาดกำลังมองหาทางเลือกอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ฟรังก์สวิส ยูโร และดอลลาร์ไต้หวัน ขณะที่ Standard Chartered ยืนยันกระแสการไหลเข้าสู่ฟรังก์สวิส เพื่อทำ Carry Trade ว่า เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ Credit Agricole ให้มุมมองโต้แย้งว่า ระยะยาวเงินเยน ยังไม่สูญเสียตำแหน่ง Funding Currency หลักของโลก เนื่องจากดอกเบี้ย BOJ ที่ระดับ 1% ถือว่าต่ำมากและปัญหาภาระทางการคลังของญี่ปุ่น ยังเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้อีกในอนาคต
แม้ “เงินเยน” อาจจะไม่สูญเสียบัลลังก์ การเป็นสกุลเงินระดมทุนระยะยาวอย่างถาวร แต่ว่าระยะสั้นและระยะกลาง “ฟรังก์สวิส” ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นทางเลือกที่โดดเด่น และมีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยส่วนผสมของดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนในตลาดการเงินโลก จึงจำเป็นต้องจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์และญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้ทันต่อทิศทางกระแสเงินทุนที่พร้อมจะเปลี่ยนทิศ ผลัดทางได้ตลอดเวลา.!!
Back to top button