หลาก&หลายรถยนต์ - ‘BYD SEALION 5 DM-i’ น้ำมัน+ไฟฟ้าขับมันทะลุพันก.ม.
เล็งที่จะทดสอบเจ้ารถ B-SUV ที่มีทั้งความคล่องตัวของขนาดที่ไม่ใหญ่มาก และตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ว่าแล้วติดต่อเข้าไปหา ‘คุณตุ๊ก’ ผู้บริหารสาวอารมณ์ดี พุทธชาด แสนสะสม ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เรเว่ ออโตโมทีฟ พร้อมนัดรับรถกันที่สำนักงานใหญ่ย่านปทุมวัน

BYD SEALION 5 DM-i รถปลั๊ก-อินไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 18.3 kWh เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และมีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บที่แบตเตอรี่ หรือจ่ายให้มอเตอร์โดยตรง ไม่ได้ส่งไปที่ล้อในความเร็วต่ำ แต่เมื่อเวลาที่ต้องการทำความเร็วสูง รวมถึงเร่งแซง เครื่องยนต์จะเข้าไปร่วมเสริมกำลังในการขับเคลื่อน
ดีไซน์ภายนอกเรียบง่าย ไฟหน้าไฟท้าย LED เพิ่มความเท่ด้วยไฟเลี้ยวแบบวิ่ง (Sequential) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ฝาท้ายเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ไฟส่องพื้น (Puddle Light) บริเวณกระจกมองข้าง

ภายในจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบ หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 8.8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะผู้ขับขี่ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย กระจกเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบสัมผัสสวิตช์ครั้งเดียว พร้อมระบบป้องกันการหนีบทั้ง 4 บาน

กดปุ่มสตาร์ตที่อยู่กลางคอนโซลกลางที่ปกติเป็นที่อยู่ของคันเกียร์ และยังมีปุ่มสั่งงานอื่นๆ เช่น ไฟผ่าหมาก ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ส่วนก้านเกียร์อยู่ตำแหน่งด้านขวาของพวงมาลัย และไฟเลี้ยวอยู่ด้านซ้ายมือแทน
แม้จะเป็นบ่ายวันธรรมดา แต่บอกเลยว่าเรื่องรถติดถือว่าเป็นปกติของย่านนี้ ด้วยความที่เป็นรถสไตล์ SUV ทำให้ได้เปรียบในเรื่องของมุมมอง จากความสูงของตัวรถช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้ดีว่าควรอยู่เลนไหนถึงจะไปได้ไวกว่ากัน

เลือกใช้โหมดประหยัด รวมถึงปรับการรีเจนให้ต่ำที่สุด กำลังที่เรียกใช้งานจากมอเตอร์ทำได้อย่างฉับไว ตามแบบฉบับรถอีวี ขณะที่ระบบความปลอดภัยเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตา ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาโยกแซง จังหวะรถติดๆ จอดนิ่งสนิทแล้วคันหน้าเคลื่อนตัว หากเผลอไม่ออกตัวตามระบบจะเตือนขึ้นมาภายใน 3 วินาที เพียงพอที่จะไม่ทำให้คันหลังต้องบีบแตรเตือน
ไหนๆ ได้รถที่มีระยะทำการ วิ่งได้ไกลตามสเป๊กตั้ง 1,200 ก.ม. โดยขับด้วยไฟฟ้าที่ชาร์จเต็ม 100% วิ่งได้ 110 ก.ม. เลยตัดสินใจทดสอบยาวๆ มุ่งหน้าไปจ.นครศรีธรรมราช มาดูกันว่าสุดท้ายแล้วน้ำมัน 1 ถัง กับไฟ 1 ชาร์จ วิ่งจริงได้สักเท่าไหร่
ยังคงเลือกใช้โหมดประหยัด เพราะเท่าที่สัมผัสถือว่าเพียงพอกับการใช้งาน ไม่ว่าจะทำความเร็วหรือเร่งแซงทำได้ทันใจอยู่ จึงไม่เห็นควรว่าเปลี่ยนไปโหมดอื่นให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ก่อนขับยาวนอกเมืองกดดูว่าที่ขับมาในเมืองทำระยะทางไว้เท่าไหร่ และกินไฟไปแค่ไหน ขับกันไป 28 ก.ม. ขณะที่ไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลดลงไป 23% เท่ากับ 1% ได้ 1.2 ก.ม.นิดๆ
ออกเดินทางใช้ถ.กาญจนาภิเษก ช่วงนี้การจราจรหนาแน่นแต่ไม่ถึงกับติด ขับตามกันไปเรื่อยๆ อาศัยจังหวะเร่งแซงเป็นระยะๆ จนตัดเข้าถ.พระราม 2 สักพัก ได้โอกาสขึ้นทางด่วน M82 ไม่รอช้าลองความเร็วปลายกันเสียให้เสร็จสิ้น
ตัวเลขความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไต่ระดับไม่มีเหนื่อยไม่มีท้อ ช่วงทางตรงช่วงล่างแน่นหนึบ แม้ความเร็วอยู่ที่ 120 ก.ม.ต่อช.ม.ตามกฎหมายกำหนดแต่ให้ความรู้สึกนึกว่าอยู่ที่สัก 80-90 ก.ม.ต่อช.ม.
ขับกันไปจนรูปเครื่องยนต์โชว์ว่าเข้ามาร่วมทำงาน นั่นแสดงว่าไฟฟ้าที่ชาร์จไว้หมดลง กดดูระยะทางทำไปได้ 103 ก.ม. แบบนี้ใครที่บ้านกับที่ทำงานห่างกันไม่เกิน 50 ก.ม.แทบไม่ต้องใช้น้ำมันกันเลยทีเดียว

วิ่งไปยังไม่ถึงครึ่งของทางด่วนฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก แถมยังเจอกับพี่ใหญ่รถบรรทุก รถพ่วง แช่ขวากันเป็นว่าเล่น ต้องอาศัยจังหวะซิกแซ็กช่วยโยกแซงเปลี่ยนเลนบนความเร็วสูง พวงมาลัยที่ค่อนข้างหน่วงมือ ประกอบกับช่วงล่างมีอาการโยนตัวทำให้รับรู้อาการได้เล็กๆ แต่ไม่ถึงกับปลิ้นหรือไถลจนเอาไม่อยู่
ขับกันเพลินๆ ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดโชว์ขึ้นมา ดูระยะทางทำไปได้ทั้งหมด 1,009 ก.ม. น้อยกว่าสเป๊กอยู่พอประมาณ แต่ถ้าหาอัตราสิ้นเปลืองหักที่ขับไฟฟ้ามา 103 ก.ม. เติมน้ำมันกลับไป 50 ลิตร โหลงโจ้งแล้วบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 18 ก.ม.ต่อลิตร อืม ประหยัดอยู่พอประมาณเลยนะ
แวะไปพิสูจน์ความอเนกประสงค์และประหยัดของเจ้า BYD SEALION 5 DM-I กับค่าตัว 799,900 บาท ได้ที่โชว์รูมบีวายดีทั่วประเทศ