ถอดรหัสดีล ไมเนอร์ ฟู้ด ฮุบไก่ทอด Bonchon จาก "ผู้เช่าแบรนด์" สู่ "เจ้าของแบรนด์” - Smart SME

Bonchon

August 12, 2026

วงการธุรกิจอาหารไทยมีข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด ในเครือไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ประกาศจับมือพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Serruya Private Equity (SPE) ลงนามเข้าซื้อกิจการ Bonchon International จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม VIG Partners และครอบครัว Mr. Seo โดยคาดว่าการซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนสิงหาคมนี้

ดีลนี้แบ่งสิทธิ์การบริหารแบรนด์ตามภูมิภาคอย่างชัดเจน ไมเนอร์ ฟู้ดใช้เงินลงทุนสุทธิ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นเจ้าของแบรนด์ และบริหารธุรกิจ Bonchon ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นทวีปอเมริกาที่เป็นสิทธิ์ของ SPE โดยไมเนอร์ ฟู้ดปัจจุบันบริหารทั้งหมด 350 สาขาใน 7 ประเทศ (รวมไทย 133 สาขา)

จากฐานแบรนด์ที่เริ่มต้นจากร้านไก่ทอดเล็กๆ ในเมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อปี 2545 จนเติบโตมีสาขากว่า 500 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ไมเนอร์กับ SPE มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันมานานกว่า 30 ปี (SPE เป็นเจ้าของแบรนด์ Swensen’s ที่ไมเนอร์บริหารในไทย) ทำให้ดีลนี้เป็นการต่อยอดความไว้เนื้อเชื่อใจที่สั่งสมกันมา ไม่ใช่การจับมือกับคนแปลกหน้า

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของดีลนี้ไม่ใช่ตัวเลขเงินลงทุน แต่คือ “สถานะ” ของไมเนอร์ ฟู้ดที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ได้รับสิทธิ์บริหาร Bonchon ในประเทศไทยภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้เจ้าของแบรนด์ทุกปี การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ไมเนอร์ยกระดับขึ้นเป็น “เจ้าของแบรนด์” ในตลาดโลกแทบทุกภูมิภาค

ความต่างของสถานะทั้งสองแบบนี้มีนัยสำคัญทางธุรกิจอย่างมาก ผู้เช่าสิทธิ์มีอำนาจตัดสินใจจำกัดอยู่แค่ในประเทศที่ตัวเองได้รับสิทธิ์ ต้องรอเจ้าของแบรนด์อนุมัติทุกการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ตั้งแต่สูตรอาหาร การออกแบบร้าน ไปจนถึงทิศทางการตลาด แต่เมื่อกลายเป็นเจ้าของแบรนด์เองแล้ว ไมเนอร์จะมีอำนาจเต็มในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ระดับโลก ทั้งการขยายสาขาในประเทศใหม่ การพัฒนาเมนู และที่สำคัญที่สุดคือสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Royalty fee) จากผู้ประกอบการรายอื่นที่ต้องการนำแบรนด์ Bonchon ไปเปิดในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

วิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะตาม โดยสถานะที่เปลี่ยนไปจากการขายอาหารหน้าร้านเพียงอย่างเดียว จะเป็นการเปิดช่องทางรายได้ใหม่จากค่าธรรมเนียมสิทธิ์ (Royalty fee) สอดสอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset-Light ที่ไมเนอร์ ฟู้ดยึดถือมาตลอด คือเน้นขยายธุรกิจและสร้างผลตอบแทนสูงโดยใช้เงินลงทุนจำกัด แทนที่จะทุ่มเงินก่อสร้างและเปิดสาขาเองในทุกประเทศ

อีกผลลัพธ์สำคัญ คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไมเนอร์ในเวทีธุรกิจอาหารระดับโลก เพราะการเป็นเจ้าของแบรนด์เองทำให้สามารถผลักดัน Bonchon เข้าสู่ตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีสาขาได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากเจ้าของแบรนด์เดิม และยังเปิดโอกาสให้นำโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ที่ตัวเองสั่งสมประสบการณ์มานานไปขายสิทธิ์ต่อให้นักลงทุนรายอื่นในภูมิภาคต่างๆ สร้างรายได้แบบทวีคูณจากแบรนด์เดียว

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ‘พีช พชร’ ไม่ขายมัทฉะในร้าน UNO! Coffee? ถอดกลยุทธ์แยกแบรนด์ปั้น DOS! Matcha

Post Views: 170