BMW iX4 เจเนอเรชั่นที่ 1 (NA7) เปิดตัว 3 รุ่น 40 xDrive 50 xDriveแรงสุด M60 xDrive 612 แรงม้า วิ่งไกล 828 กม. - HeadLight Magazine

8 ตุลาคม 2026 เวลา 17:17 น. | หมวดหมู่ NEWS | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 18 ครั้ง

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 BMW เปิดตัว iX4 รถซีรี่ย์ใหม่เจเนอเรชั่นแรก รหัสตัวถัง NA7 ในฐานะรถ SUV Coupe ขุมพลังไฟฟ้าล้วนบนงานวิศวกรรมพื้นฐาน Neue Klasse โดยเปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ iX4 40 xDrive iX4 50 xDrive และรุ่นสมรรถนะสูง iX4 M60 xDrive โดยใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน BMW Gen6 eDrive ที่ทำงานบนระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V และแบตเตอรี่รูปทรงกระบอกเจเนอเรชันใหม่ รองรับการชาร์จไฟ DC ที่กำลังสูงสุด 400 kW พร้อมความสามารถในการจ่ายไฟแบบสองทิศทาง (Bidirectional Charging)

ด้านการออกแบบ BMW iX4 ถือเป็นรถตัวถัง SUV Coupe หลังคาลาดท้าย พร้อมสัดส่วนตัวถังที่เน้นความสปอร์ต ฐานล้อยาวและระยะยื่นหน้า-หลังสั้น ด้านหน้าใช้ภาษาการออกแบบ Neue Klasse เช่นเดียวกับ iX3 โดยรุ่น M60 xDrive เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยไฟหน้าและรายละเอียด M Yellow Lights สีเหลือง ที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน

ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่เพื่อช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตและแตกต่างกับเวอร์ชั่นตัวถัง SUV ขณะที่รุ่น M60 xDrive มาพร้อมสปอยเลอร์และรายละเอียดการตกแต่งเฉพาะรุ่น M รวมถึงชุดไฟท้ายแนวนอนทรงบางที่วางเป็นรูปตัว L และกันชนท้ายพร้อมแผงดิฟฟิวเซอร์สีดำ ซึ่งช่วยเน้นความดุดันของตัวถัง SUV Coupe

BMW ติดตั้งแพ็กเกจ M Sport เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ iX4 ทุกรุ่นย่อย โดยมาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงิน ส่วนรุ่น M60 xDrive เพิ่มขนาดล้อเป็น 21 นิ้ว และสามารถเลือกอัพเกรดเป็นขนาด 22 นิ้วได้ ขณะที่รุ่น M60 xDrive ยังติดตั้งระบบ Iconic Glow เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับด้านหน้า ด้วยไฟหน้าที่มีการแสดงผลได้หลากหลายตามความเหมาะสม

ระบบไฟส่องสว่างแบบ Adaptive Lighting และหลังคากระจก Panoramic Sunroof ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยช่วงเปิดตัวมีสีตัวถังให้เลือก 9 สี และจะเพิ่มสีด้านหรือ Frozen อีก 3 สี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2027 เป็นต้นไป นอกจากนี้ทาง BMW Individual ก็เตรียมเปิดให้เลือกปรับแต่งสีและรายละเอียดตกแต่งเพิ่มเติมได้ในภายหลัง

ภายในห้องโดยสารยังคงแนวทางการออกแบบ Neue Klasse โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยและทัศนวิสัยที่โปร่งขึ้นจากกระจกบานใหญ่และหลังคากระจกบานโต ขณะที่การเกิดมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่ม ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยมีวัสดุและโทนสีภายในให้เลือกทั้งหมด 7 รูปแบบ

BMW iX4 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ BMW Panoramic iDrive และ BMW Operating System X โดยมีหน้าจอ BMW Panoramic Vision แสดงข้อมูลสำคัญในแนวสายตาของผู้ขับ พร้อมหน้า Head-Up Display แบบ 3 มิติและหน้าจอกลางขนาด 17.9 นิ้ว พวงมาลัยออกแบบใหม่ ส่วนรุ่น M60 xDrive ใช้พวงมาลัย M Sport และมีระบบ My Modes สำหรับปรับบรรยากาศและการตอบสนองของรถ

เบาะนั่ง M Sport ในรุ่น M60 xDrive ปรับไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง และรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม Travel & Comfort ส่วนเบาะหลังแบ่งสัดส่วน 40:20:40 และสามารถเลือกติดตั้งระบบทำอุ่นเบาะหลังได้ ขณะที่ระบบเครื่องเสียงมาตรฐานใช้ลำโพง 7 ตัว กำลังขับสูงสุด 205 วัตต์ ส่วนรุ่น M60 xDrive ติดตั้งเครื่องเสียงจาก Harman Kardon อัพเกรดเป็นลำโพง 13 ตัว กำลังขับสูงสุด 430 วัตต์ พร้อมระบบ Dolby Atmos

ด้านขุมพลัง BMW iX4 40 xDrive ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ Electric All-Wheel Drive ให้กำลังสูงสุด 374 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร โดยมอเตอร์ด้านหน้าให้กำลัง 167 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ส่วนมอเตอร์ด้านหลังให้กำลัง 265 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 345 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion เทคโนโลยี 800V ความจุ 82.6 kWh อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. และระยะทางขับขี่สูงสุด 638 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับชาร์จ AC สูงสุด 22 kW และ DC สูงสุด 300 kW ชาร์จจาก 10–80% ภายใน 21 นาที หรือชาร์จเพียง 10 นาที เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 301 กม. ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมรองรับ V2L แบบ AC สูงสุด 3.7 kW และ V2H/V2G แบบ DC สูงสุด 11 kW

ขยับขึ้นมาเป็น BMW iX4 50 xDrive ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อเช่นเดียวกัน ให้กำลังสูงสุด 469 แรงม้า (PS) แรงบิด 645 นิวตัน-เมตร โดยมอเตอร์ด้านหน้าให้กำลัง 167 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร เหมือนกับรุ่น 40 xDrive และมอเตอร์ด้านหลังให้กำลัง 326 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 435 นิวตัน-เมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่อัพเกรดความจุเป็น 108.7 kWh ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. และวิ่งได้ไกลสูงสุด 828 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 22 kW และ DC สูงสุด 400 kW ชาร์จจาก 10–80% ใน 21 นาที หรือชาร์จ 10 นาที เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 387 กม. ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมระบบ V2L AC สูงสุด 3.7 kW และ V2H/V2G แบบ DC สูงสุด 11 kW

ส่วนรุ่นท็อป BMW iX4 M60 xDrive มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เช่นเดียวกันและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Electric All-Wheel Drive ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 875 นิวตัน-เมตร ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 108.7 kWh ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และระยะทางขับขี่สูงสุด 777 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 22 kW และ DC สูงสุด 400 kW ชาร์จจาก 10–80% ภายใน 21 นาที หรือชาร์จ 10 นาที เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 360 กม. ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมรองรับ V2L AC สูงสุด 3.7 kW และ V2H/V2G แบบ DC สูงสุด 11 kW โดยรุ่น M60 xDrive จะเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อในเดือนมกราคม 2027

มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อน Heart of Joy และ Dynamic Performance Control ช่วยจัดการการทำงานของระบบขับเคลื่อนและการกระจายแรงบิดได้รวดเร็วขึ้น โดย BMW ระบุว่าสามารถประมวลผลและตอบสนองได้เร็วกว่าเทคโนโลยีเดิมถึง 10 เท่า ขณะที่การวางแบตเตอรี่ใต้พื้นช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงและเพิ่มความสมดุลของน้ำหนักตัวรถ ประกอบกับฐานล้อที่ยาวเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

ด้านช่วงล่าง BMW iX4 M60 xDrive ติดตั้ง Adaptive M Suspension ระบบบังคับเลี้ยวแปรผัน และเฟืองท้ายไฟฟ้า M Differential พร้อมเลือกโหมดการขับขี่ M Sport และ M Sport Plus ได้ นอกจากนี้ยังมี BMW Symbiotic Drive และระบบช่วยขับขี่ Motorway Assistant ซึ่งรองรับการขับขี่แบบแฮนด์ฟรีบนทางหลวงที่ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล

ที่มา: BMW