BMW 3 Series ใหม่ (G50) รุ่นเครื่องยนต์สันดาป M350 แรงสุด 443 แรงม้า ขุมพลัง Mild Hybrid 48V เตรียมเพิ่ม PHEV ในปีหน้า - HeadLight Magazine
30 กันยายน 2026 เวลา 23:41 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 19 ครั้ง
BMW เปิดตัว 3 Series รุ่นใหม่บนแนวทางการออกแบบ Neue Klasse โดยในส่วนของรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงเอกลักษณ์ของ BMW 3 Series เอาไว้ และถูกสร้างขึ้นบนงานวิศวกรรมพื้นฐาน BMW CLAR platform เวอร์ชั่นปรับปรุงหรือ CLAR II (CLAR-WE) พร้อมยกระดับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพด้วยขุมพลังที่มาพร้อมระบบ Mild Hybrid 48V โดยจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง และรุ่นสมรรถนะสูง BMW M350 xDrive ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 443 แรงม้า ขณะที่ BMW เตรียมเพิ่มรุ่น Plug-in Hybrid ภายในปีหน้า

BMW 3 Series รุ่นใหม่ใช้ตัวถังซีดานทรง 2.5-box ที่ยังคงสัดส่วนอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW โดยมีระยะฐานล้อยาวขึ้น โอเวอร์แฮงก์ด้านหน้าหลังสั้น และเส้นสายตัวถังที่เน้นความสปอร์ต กระจกห้องโดยสารถูกวางในตำแหน่งค่อนไปทางด้านหลัง ขณะที่ซุ้มล้อถูกขยายให้เด่นชัดขึ้นเพื่อสร้างบุคลิกที่แข็งแรง ด้านข้างตัวรถใช้เส้น Character Line ที่ช่วยให้ตัวถังดูเตี้ยและเกาะถนนมากขึ้น ส่วนมือจับประตูเป็นแบบ flush door แนบไปกับตัวถังและจะยื่นออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกรถ

ด้านหน้าของ BMW 3 Series ใหม่เป็นการตีความใหม่ของกระจังหน้าไตคู่และชุดไฟหน้าคู่ โดยทั้งสององค์ประกอบถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันเป็นชุดเดียว พร้อมสร้าง Light Signature รูปแบบใหม่ ขณะที่รุ่น M Performance อย่าง M350 xDrive มาพร้อมไฟ M Yellow Lights สีเหลือง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ด้านท้ายใช้ชุดไฟที่วางในแนวนอน ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและแม่นยำ พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่เน้นความกว้างและบุคลิกสปอร์ตของตัวรถ

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน BMW 3 Series ใหม่ สามารถเลือกติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18–20 นิ้ว พร้อมแพ็กเกจ M Sport หรือ M Sport Package Pro เป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับแต่ละรุ่น นอกจากนี้ยังมีสีตัวถัง M Le Castellet Blue metallic ซึ่งเป็นสีพิเศษ รวมถึงสี BMW Individual อีกหลายเฉดที่จะทยอยเพิ่มเข้ามาในปี 2027

ภายในห้องโดยสาร BMW ยังคงเน้นแนวคิดการออกแบบที่เรียบง่าย ทันสมัย และให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ โดยติดตั้งระบบ BMW Panoramic iDrive ซึ่งประกอบด้วย BMW Panoramic Vision, BMW 3D Head-Up Display หน้าจอกลางระบบ Infotainment และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอกลางมีขนาด 17.9 นิ้ว ติดตั้งบนแผงแดชบอร์ดและหันเข้าหาผู้ขับโดยตรง ขณะที่พวงมาลัยดีไซน์ใหม่มีแกนกลางอยู่บริเวณส่วนบน พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยสามารถเลือกพวงมาลัย M หรือ BMW Individual ได้

เส้นสายจากแผงประตูทั้งสองฝั่งทอดตัวเข้าสู่แผงแดชบอร์ด สร้างบรรยากาศแบบโอบล้อมผู้ขับและผู้โดยสาร พร้อมหลังคากระจก Panoramic Sunroof ที่ใช้กระจกแบบ Climate Comfort Glazing และกระจกบานขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความโปร่งและสว่างภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งมาตรฐานสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า มีระบบบันทึกตำแหน่ง และรองรับ Travel & Comfort System ส่วนเบาะ Multifunction และ M Sport เป็นอุปกรณ์เสริม รวมถึงระบบทำความร้อนเบาะหลัง และระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ทั้งแบบ Hi-Fi และ Surround Sound
BMW 3 Series ใหม่สามารถเลือกการตกแต่งภายในได้ 4 รูปแบบ โดยแต่ละแบบจับคู่สีและวัสดุให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ระบบ My Modes ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับปรับแต่งรูปแบบการแสดงผล เสียง แสงภายในห้องโดยสาร และการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนได้ตามต้องการ

ด้านระบบปฏิบัติการ BMW 3 Series ใหม่ใช้ BMW Operating System X ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับระบบแสดงผลและการควบคุมรถ พัฒนาบนพื้นฐาน Android Open Source Project หรือ AOSP และออกแบบให้รองรับการอัปเดตและเพิ่มฟังก์ชันใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ระบบ BMW Panoramic iDrive รองรับการสั่งงานทั้งผ่านหน้าจอสัมผัส ระบบสัมผัสแบบ Haptic และคำสั่งเสียง โดย BMW Intelligent Personal Assistant เป็นองค์ประกอบสำคัญ และมีการผสานเทคโนโลยี AI จาก Amazon Alexa+ เพื่อเพิ่มความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียง นอกจากนี้ยังมี BMW Maps ระบบ Security Assistant และฟังก์ชันเพิ่มเติมผ่านแพ็กเกจ BMW Digital Premium

ไฮไลต์ด้านสมรรถนะของ BMW 3 Series รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่ที่ BMW M350 xDrive ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของสาย ICE ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ TwinPower Turbo technology และระบบ Mild Hybrid 48V และ Starter Generator ที่ขับเคลื่อนผ่านเพลาข้อเหวี่ยง ให้กำลังสูงสุด 443 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 18 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. (ล๊อคด้วยระบบตัวรถ) BMW ระบุว่า M350 xDrive เป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่ตระกูล BMW M และเป็นรุ่นที่เน้นทั้งสมรรถนะ ความคล่องตัว และความสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล

อีกหนึ่งจุดเด่นของ M350 xDrive คือฟังก์ชันใหม่ที่เรียกว่า Drift Moment ซึ่งสามารถเปิดใช้งานผ่านหน้าจอกลาง โดยระบบจะส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหลังเท่านั้น เพื่อให้ผู้ขับสามารถควบคุมการสไลด์ของตัวรถขณะเข้าโค้งได้ โดย BMW ระบุว่าเป็นประสบการณ์การขับขี่ที่ก่อนหน้านี้สงวนไว้สำหรับรถสมรรถนะสูงจาก BMW M GmbH ขณะที่ระบบช่วงล่างแบบปรับได้อัตโนมัติ Adaptive M Suspension ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน M350 xDrive

ขณะที่รุ่น 318 และ 320 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ TwinPower Turbo technology และระบบ Mild Hybrid 48V และ Starter Generator ที่ขับเคลื่อนผ่านเพลาข้อเหวี่ยง ให้พละกำลังสูงสุด 156 และ 211 แรงม้า ตามลำดับ พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 และ 330 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 11 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25 นิวตัน-เมตร

ระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยของ BMW 3 Series ใหม่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม โดยมีทั้งระบบที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานและอุปกรณ์เสริม เทคโนโลยีใหม่และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเพิ่มความปลอดภัย พร้อมลดภาระของผู้ขับขณะขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติและระหว่างการจอดรถ โดยระบบช่วยขับขี่ระดับ SAE Level 2 และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อน ขณะที่ระบบ BMW Symbiotic Drive ทำหน้าที่เชื่อมการทำงานระหว่างพฤติกรรมของผู้ขับกับระบบช่วยขับขี่ และ Motorway Assistant รองรับการขับขี่แบบแฮนด์ฟรีที่ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. ใน 21 ประเทศ ส่วนตั้งแต่ปี 2027 BMW เตรียมเพิ่มระบบช่วยขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติในเขตเมืองที่ทำงานร่วมกับระบบนำทาง


BMW 3 Series รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในจะผลิตที่โรงงาน BMW Group Plant Dingolfing ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของ BMW Group ในยุโรป ขณะที่ชิ้นส่วนหลักของเครื่องยนต์สำหรับ 3 Series รุ่นใหม่จะผลิตที่โรงงาน BMW Group Plant Steyr ประเทศออสเตรีย โดย BMW ระบุว่าการผลิต 3 Series ใหม่ยังคงอยู่ภายใต้แนวทางด้านความยั่งยืนของ BMW Group ครอบคลุมตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน กระบวนการผลิต ไปจนถึงช่วงการใช้งานของรถยนต์

ที่มา: BMW