BLC ปั้นยอดขายครึ่งปีหลัง 1 พันลบ. ลุยสินค้า-โรงงานใหม่ ดันแผน JUMP+

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 25 ส.ค.69 ว่า ช่วงไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 29.87 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 399 ล้านบาท แม้ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ความต้องการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพยังเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจ
สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น บริษัทจะเร่งผลักดันยอดขายอยู่ที่ 900–1,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและลดสัดส่วนค่าใช้จ่าย พร้อมรักษานโยบายจ่ายเงินปันผลในระดับไม่ต่ำกว่าปีก่อน
ด้านการเติบโตของธุรกิจ BLC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสามัญใหม่ปีละ 2 รายการ และยาสมุนไพรใหม่ปีละ 1 รายการ อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 มีผลิตภัณฑ์ยาสามัญที่เปิดตัวล่าช้า 1 รายการ จึงเตรียมเร่งเปิดตัวรวม 3 รายการในปี 2570 เพื่อชดเชยส่วนที่ล่าช้า
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายตลาดกลุ่มยาสมุนไพรที่มีศักยภาพ โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและมีข้อมูลรองรับ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่โรงพยาบาลและร้านขายยา ปัจจุบัน Capsika-75 ได้รับการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติและอยู่ระหว่างทยอยเข้าสู่โรงพยาบาล ส่วน Vina อยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบจากครีมเป็นสเปรย์ และ Kachana ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากกระชายดำ อยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อใช้สำหรับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2570
ส่วนกลุ่มยาสามัญใหม่ บริษัทมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าได้รับอนุมัติในไตรมาส 2/2569 และเริ่มทยอยเข้าสู่โรงพยาบาลแล้ว คาดว่าจะเห็นรายได้ชัดเจนขึ้นในช่วงต้นปี 2570
นอกจากนี้ BLC อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งมีความคืบหน้าแล้ว 99% ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2570 โดยโรงงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มครีม และรองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต
ภายใต้แผน JUMP+ บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในปี 2571 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตเฉลี่ย 15–20% ต่อปี และกำไรเติบโตเฉลี่ย 20–25% ต่อปี พร้อมตั้งเป้า EBITDA ที่ 563 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเดินหน้าด้าน ESG ทั้งการยกระดับธรรมาภิบาลผ่านการขอรับรอง CAC และ ISO 27001 รวมถึงติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดต้นทุนพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัทเชื่อว่าการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายตลาด จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ BLC สามารถฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และสร้างการเติบโตต่อเนื่องตามแผน JUMP+ ในระยะยาว
Back to top button