Blackberry กลับมารุ่ง หลังหันมามุ่งซอฟต์แวร์ อนาคตสดใสยุคหุ่นยนต์โรงงานบูม - Marketeer Online
ในแวดวงเทคโนโลยีที่ทุกอย่างหมุนเร็ว การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้ร่วงจากสถานะเบอร์ใหญ่ แต่ก็ยังทำให้บริษัทพลิกคืนชีพกลับมาได้
ด้วยธุรกิจหลักที่เปลี่ยนไปให้สอดคล้องกับเทรนด์มากขึ้น โดยบริษัทในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ คือ Blackberry
แบล็กเบอร์รี กำลังไปได้สวยหลังเปลี่ยนมาเน้นธุรกิจซอฟต์แวร์ ผ่านระบบปฏิบัติการ คิวเอ็นเอ็กซ์ เพื่อควบคุมระบบเบรก รวมไปถึงการขับแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งติดตั้งในรถยนต์ไปแล้ว 275 ล้านคันทั่วโลก

ล่าสุด จอห์น เจียมัตเตโอ ซีอีโอแบล็กเบอร์รี เผยว่า ปีกธุรกิจซอฟต์แวร์ของบริษัทได้รุกสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
โดยเฉพาะหุ่นยนต์โรงงาน รถยกสินค้าอัตโนมัติ และเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งก็กำลังไปได้สวยเช่นกัน และอาจแซงหน้าฝั่งยานยนต์ในอนาคต
การกลับสู่ขาขึ้นของแบล็กเบอร์รีในปัจจุบันยังไม่หมดแค่นั้น เริ่มจากมียอดสั่งซื้อคิวเอ็นเอ็กซ์ ค้างรับ (Backlog) สูงถึง 950 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31,600 ล้านบาท) ซึ่งมีสัดส่วนของธุรกิจหุ่นยนต์รวมอยู่ด้วยอย่างมีนัยสำคัญ
ต่อด้วย เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ขยายความร่วมมือกับค่ายชิปอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง เอ็นวิเดีย
ในการนำ คิวเอ็นเอ็กซ์ ไปทำงานร่วมกับชิปและระบบประมวลผลของ เอ็นวิเดีย เพื่อนำไปใช้สำหรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ การแพทย์ และระบบอัตโนมัติในโรงงาน
ปิดท้ายด้วยหุ้นของแบล็กเบอร์รี ที่ปีนี้ปรับขึ้นมาสองเท่า จากอัตรากำไรและผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากการที่ซอฟต์แวร์แบบฝังกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก
เพราะเป็นหัวใจสำคัญของ ปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย (Physical AI) เช่นกลุ่มหุ่นยนต์โรงงาน ดังนั้นทาง แบล็กเบอร์รี จึงมั่นใจว่า อนาคตจะสดใส
สำหรับ แบล็กเบอร์รี เคยดังไปทั่วโลกจากการทำสมาร์ตโฟนปุ่มกดพร้อมระบบพิน ที่ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความส่งถึงกันได้
ณ จุดสูงสุดเมื่อปี 2010 แบล็กเบอร์รีครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก 20% และในผู้ใช้แบล็กเบอร์รีจำนวนมากมายทั่วโลก มี บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนดังรวมอยู่ด้วย

แต่หลัง ไอโฟน ของแอปเปิล เปิดตัว ทวีความนิยม และเปลี่ยนตลาดสมาร์ตโฟนโลกสู่หน้าจอสัมผัสแบบเต็มรูปแบบ แบล็กเบอร์รี ก็ทรุดต่อเนื่อง จนในปี 2013 ส่วนแบ่งตลาดโลกเหลือเพียง 5% เท่านั้น
นี่ทำให้ แบล็กเบอร์รี ต้องหันกลับมองตัวเองครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด โดยผู้ที่เข้ามากู้สถานการณ์คือ จอห์น เฉิน ซีอีโอชาวฮ่องกง
ซึ่งปรับทิศองค์กรให้หันมาเน้นด้านซอฟต์แวร์ แทนฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ
พระเอกในแผนพลิกฟื้น แบล็กเบอร์รี ของ จอห์น เฉิน คือ คิวเอ็นเอ็กซ์ ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นในแคนาดา ซึ่ง แบล็กเบอร์รี ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,600 ล้านบาท) ซื้อมาจาก ฮาร์แมน อินเตอร์เนชันแนล อินดัสทรีย์ ในปี 2010
เดิมที แบล็กเบอร์รี ซื้อ คิวเอ็นเอ็กซ์ มาเพื่อใช้แกนกลางพัฒนาระบบปฏิบัติการบนแท็บเล็ต เพลย์บุ๊ก และระบบปฏิบัติการ แบล็กเบอร์รี เท็น บนสมาร์ตโฟน
แต่หลังธุรกิจสมาร์ตโฟนปิดตัวไป คิวเอ็นเอ็กซ์ ก็กลายเป็นทรัพย์สินสำคัญสุดที่ผันตัวมาเป็นขุมพลังหลักในธุรกิจแบบบีทูบี และการเชื่อมต่อกันของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ไอโอที)
ทำให้ คิวเอ็นเอ็กซ์เป็นบริการระบบปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยสูงในยานยนต์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป
ทั้งนี้ในปัจจุบัน แบล็กเบอร์รี มีอยู่ 3 ธุรกิจหลัก คือ ซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ การให้ใบอนุญาตสิทธิบัตร (จากจำนวนมากที่ถือครองไว้ตั้งแต่ยุคบุกเบิกบริษัท)
ส่วน จอห์น เจียมัตเตโอ ขึ้นเป็นซีอีโอของ แบล็กเบอร์รี เมื่อปี 2023 ต่อจาก จอห์น เฉิน โดยเลื่อนขึ้นมาจากหัวหน้าปีกธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์
ซึ่งก่อนหน้านี้ทำเงินให้ แบล็กเบอร์รี มากถึง 184 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,100 ล้านบาท) / cnbc