BGRIM ร่วมสร้าง C-Suite รุ่นใหม่ เปิดโซลาร์ฟาร์มเวียดนามรับ KH Camp 2026


เหงียน คิม ไห่ สมาชิกคณะกรรมการบริหารและกรรมการ บริษัท บี.กริมม์ พาวเวอร์ เวียดนาม ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสถาบันการเรียนรู้ KH Academy นำโดย นายบูรพา สงวนวงศ์ Founder, KH Academy นางวรรณวิสา พันธุ์โอสถ Director of Partner Relations, KH Academy และนางสาววลัญชทัศน์ สงวนวงศ์ Partner, DFDL ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พร้อมด้วยนิสิตนักศึกษาจำนวน 21 คน จากโครงการค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติภาคฤดูร้อนระดับผู้นำองค์กร “KH Camp for Next C-Suite 2026” ในโอกาสเดินทางศึกษาดูงานการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28 – 31 กรกฎาคม 2569

การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้โมเดลธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP หรือ “โรงไฟฟ้าฮาวฮอย” ของ BGRIM ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม สะท้อนการนำองค์ความรู้ด้านการลงทุน การบริหารจัดการ และการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจจริงในต่างประเทศ

เหงียน คิม ไห่ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ช่วงเวลาที่เริ่มดำเนินการในปี 2562 (2019) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ โดยสามารถพัฒนาโครงการและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนนับจากเริ่มก่อสร้าง

ปัจจุบันโครงการอยู่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ระยะเวลา 20 ปี ในอัตราค่าไฟฟ้า 9.35 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 300 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นไปตามเป้าหมายที่ BGRIM วางไว้

อย่างไรก็ตาม ภาคพลังงานหมุนเวียนของเวียดนามยังเผชิญข้อจำกัดด้านความสามารถของระบบสายส่ง เนื่องจากกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งยังต้องใช้เวลาในการพัฒนา แต่สถานการณ์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หลังรัฐบาลเวียดนามเร่งลงทุนปรับปรุงและขยายระบบสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางเชื่อมโยงไปยังภาคเหนือและภาคใต้ ส่งผลให้อัตราการจำกัดการรับซื้อไฟฟ้าของโครงการลดลงจากประมาณ 7% ในปีก่อน เหลือประมาณ 4% ในปีนี้

นอกจากการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดแล้ว BGRIM ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน โดยบุคลากรประจำโครงการเกือบทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่จังหวัดฟูเอี้ยน ซึ่งได้รับการพัฒนาทักษะและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างมั่นคง พร้อมจัดทำโครงการพัฒนาอาชีพสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนควบคู่กับการเติบโตของโรงไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน บี.กริมม์ พาวเวอร์ เวียดนาม ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สะพาน ถนน และระบบไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ชนบท ตลอดจนให้ความช่วยเหลือครอบครัวและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและพายุ

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ บี.กริม “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” หรือ “Empowering the World Compassionately” ซึ่งมุ่งสร้างศักยภาพให้แก่ผู้คน ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

เหงียน คิม ไห่ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ บี.กริมม์ พาวเวอร์ เวียดนาม คือการมุ่งสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเวียดนามและเป้าหมายของกลุ่ม บี.กริม โดยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของโรงไฟฟ้า Phu Yen TTP สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 123,000 ตันต่อปี

ภายหลังการบรรยาย คณะผู้บริหาร KH Academy และนิสิตนักศึกษาทั้ง 21 คน ได้เยี่ยมชมห้องควบคุมระบบปฏิบัติการของโรงไฟฟ้า เพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการและควบคุมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างใกล้ชิด ก่อนขึ้นสู่จุดสังเกตการณ์บนยอดเนิน ซึ่งสามารถมองเห็นพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของโครงการได้แบบ 360 องศา

กิจกรรมศึกษาดูงานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนให้แก่นิสิตนักศึกษาในโครงการ “KH Camp for Next C-Suite 2026” ผ่านกรณีศึกษาการลงทุนจริงของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองด้านการบริหารธุรกิจ พลังงานสะอาด การพัฒนาชุมชน และความยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำองค์กรรุ่นใหม่ในอนาคต