BGRIM ชูแผน 3 เฟส เตรียมไฟสูงสุด 3,000 MW รับดาต้าเซ็นเตอร์

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM วางแผนเตรียมกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2,000-3,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากธุรกิจ Data Center และภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ผ่านแผนดำเนินงาน 3 ระยะ
ระยะแรก หรือ Quick Win บริษัทจะนำกำลังการผลิตที่มีอยู่ประมาณ 200-300 เมกะวัตต์ มาจัดสรรให้แก่ลูกค้าได้ทันที ส่วนระยะที่ 2 มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 400-500 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
สำหรับระยะที่ 3 บริษัทเตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ หรือ IPS ขนาด 600-700 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ Data Center
แผนดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของ BGRIM ในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากบริษัทสามารถนำกำลังการผลิตที่มีอยู่มารองรับความต้องการของลูกค้าได้ทันที ก่อนทยอยเพิ่มกำลังการผลิตในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน BGRIM เร่งสร้างธุรกิจที่เป็น New S-Curve ผ่าน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Data Center, Energy Infrastructure และ Industrial Solution โดยในส่วนของธุรกิจ Data Center บริษัทได้ร่วมกับ EDGE พัฒนาโครงการขนาดกำลังรองรับด้านไอที 96 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีลูกค้าแล้วเต็ม 100%
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่ BGRIM ประมาณ 400-600 ล้านบาทต่อปี โดยอาคารที่ 1 และอาคารที่ 2 คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในไตรมาส 1 และไตรมาส 3 ปี 2570 ตามลำดับ
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ หรือ IPP ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ขนาดรวมมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า
ด้านแผนระยะยาว BGRIM อยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายกำลังการผลิตรวมให้เพิ่มเป็น 10 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่ 6.7 กิกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50%
ทั้งนี้ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP2026 และโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง หรือ Direct PPA จะเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนรอบใหม่ ทั้งในโครงการพลังงานหมุนเวียน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ SMR
BGRIM ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอีก 400-500 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol Wind Farm ขนาด 365 เมกะวัตต์ในประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ
สำหรับโครงสร้างเงินทุน บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E ไม่เกิน 2 เท่า พร้อมใช้สินเชื่อโครงการและสินเชื่อร่วม หรือ Project Financing และ Syndicated Loan ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 75:25 เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
บล.ดาโอคงประมาณการกำไรปกติของ BGRIM ในปี 2569 และ 2570 ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท และ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และ 6% ตามลำดับ โดยคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรก จากการรับรู้กำไรของโครงการ Nakwol และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังไม่ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 เนื่องจากโครงการใหม่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา และคาดว่าจะเริ่มสร้างผลกำไรตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป แต่ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2571-2573 ขึ้น 3%, 3% และ 5% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนโอกาสการลงทุนรอบใหม่จาก PDP2026 และ Direct PPA รวมถึงเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 10 กิกะวัตต์ภายในปี 2573
ทั้งนี้ บล.ดาโอคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BGRIM พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 25.00 บาท จากเดิม 20.00 บาท อ้างอิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด หรือ DCF โดยกำหนดต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ที่ 6.5% และอัตราการเติบโตระยะยาว (Terminal Growth) ที่ 1.5% หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2571 เพื่อสะท้อนการทยอยรับรู้ประโยชน์จากโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวจากธุรกิจ Data Center โอกาสลงทุนภายใต้ PDP2026 และ Direct PPA รวมถึงโครงการ Nakwol และโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ในอนาคต