BDI ก้าวปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลประเทศ ต่อยอด ThaiLLM-กำลังคน AI

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดทิศทางการดำเนินงานในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ควบคู่กับการต่อยอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทย หรือ ThaiLLM และการพัฒนากำลังคนด้าน Data และ AI
นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เปิดเผยภายในงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนบทบาทของข้อมูลในการช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน
ทั้งนี้ ข้อมูลถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าใจสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้ ภายใต้กติกา มาตรฐาน และกลไกที่สร้างความเชื่อมั่น
นายกุลิศ กล่าวว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 และแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568-2570 ถือเป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐให้เป็นระบบ
ขณะที่บทบาทของ BDI ในระยะต่อไป คือการผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้ตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น National Data Backbone ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง D2 เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถแบ่งปันและนำไปใช้ร่วมกันได้ โดยเฉพาะในการสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน
ด้าน ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ภายใต้แนวคิด “Data Backbone for a Resilient Thailand เชื่อมข้อมูลพร้อมรับอนาคต” จะให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา BDI มุ่งวางรากฐานโครงสร้างข้อมูลของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ขณะที่การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จะเป็นช่วงของการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านการกำหนดนโยบาย การยกระดับบริการประชาชน และการรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศ
หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ Data Integration and Intelligence Platform หรือ D2 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และเป็นส่วนหนึ่งของ National Data Backbone เพื่อสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย
แพลตฟอร์ม D2 ยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการนำข้อมูลไปใช้ในการกำหนดนโยบาย บริการประชาชน และการบริหารสถานการณ์สำคัญของประเทศ
ขณะเดียวกัน BDI ยังเดินหน้าต่อยอดโครงการสำคัญที่นำ Data และ AI ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง ได้แก่ Travel Link ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว, Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการรักษาและการส่งต่อผู้ป่วย, Envi Link สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 และ PD Link ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงพื้นที่
อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการพัฒนากำลังคนด้าน Data และ AI ผ่านแนวทาง Micro-credential เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และรับรองทักษะเฉพาะด้าน ควบคู่กับโครงการ THackle และกิจกรรม Hackathon ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริงและต่อยอดไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์หรือภาครัฐ
สำหรับด้านปัญญาประดิษฐ์ BDI เตรียมเดินหน้าพัฒนา ThaiLLM ในปี 2570 โดยมุ่งยกระดับโมเดลภาษาไทยให้ครอบคลุมบริบทของประเทศมากขึ้น ทั้งการรวบรวมข้อมูลภาษาถิ่น การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงและทดลองใช้งาน ตลอดจนการพัฒนา Benchmark สำหรับการสกัดข้อมูลและการตรวจจับข้อมูลส่วนบุคคล
การพัฒนา ThaiLLM ยังเชื่อมโยงกับแนวคิด AI Sovereignty หรือการสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อรองรับบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และบริการภาครัฐ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอแนวทางยุทธศาสตร์ AI ของประเทศไทย ภายใต้ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2570-2575 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Intelligent Nation – Built. Trusted. Useful” ซึ่งมุ่งเร่งการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
แผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับ 4 เสาหลัก ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ การพัฒนากำลังคน และการสร้างมูลค่าจาก AI
ขณะเดียวกัน BDI ยังมุ่งขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้ข้อมูลและ AI ถูกนำไปใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมีโครงการ BDI Hackathon Pro 2026 เป็นหนึ่งในกลไกเชื่อมโยงโจทย์ปัญหาจริงจากพื้นที่กับผู้พัฒนานวัตกรรม
นอกจากนี้ โครงการ The UP ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ยังมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลและ AI ไปใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่
BDI ระบุว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการวางรากฐานด้านข้อมูล ไปสู่การทำให้ข้อมูล “พร้อมใช้” และสร้างผลลัพธ์ได้จริง ภายใต้แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” พร้อมขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ Data และ AI เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ ยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และรับมือกับความท้าทายในอนาคต