AWC สร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง Q2/69 รายได้รวม 5,502 ลบ. กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – AWC สร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง ไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 5,502 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เดินหน้าเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก พร้อมการเตรียมจัดตั้ง Real Estate Investment Trust (REIT) เสริมพลังความแข็งแกร่งของประเทศ
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ดีมานด์คุณภาพสูงจากทั่วโลก
โดยบริษัทมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) โดยการเติบโตได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยกลุ่มโรงแรมและการบริการได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนอยู่มีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีการทำผลการดำเนินงานโดดเด่น ทั้งธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน
“ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนถึงแผนดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ในการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียลให้มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน ซึ่ง AWC ได้เดินหน้าเปิดตัวและพัฒนาโครงการคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในมิติ ของรายได้ ผลกำไร และการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เป้าหมายการดำเนินงานในอนาคต แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก AWC เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์พิเศษ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คุณภาพระดับโลก พร้อมส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมเติบโตไปด้วยกัน”
กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการฟื้นตัวแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวคุณภาพ รีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพพอร์ตธุรกิจที่สมดุล
แนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ โดยบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2569 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตอย่างโดดเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในหลายจุดหมายปลายทาง อาทิ พัทยามี RevPAR เติบโตสูงถึง 169% จากผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องของสองโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 เชียงใหม่ยังคงเติบโตแข็งแกร่งด้วย RevPAR เติบโต 31% ในขณะที่เกาะสมุยยังดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องโดยมี RevPAR เติบโต 10%
การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการขยายขนาดของพอร์ตธุรกิจ แต่ยังสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงาน โดยรายได้จากทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 7.4% (YoY) ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการทำกำไรของพอร์ตโรงแรมได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รายได้ของพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตสู่ 900 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 7.3% (YoY) โดย “เอญ่า” รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์” มีรายได้ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านร้านอาหาร
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลเติบโตโดดเด่นจากผลการดำเนินงานของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ทั้ง Jurassic World: The Experience, SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future
AWC ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลผ่านกลยุทธ์ “AWC’s Lifestyle Destination” โดยพัฒนาสินทรัพย์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มระยะเวลาและการใช้จ่ายภายในโครงการ ตลอดจนสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้เช่าและพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% (YoY) มี EBITDA อยู่ที่ 2,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 AWC เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางและประสบการณ์ที่หลากหลาย พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเตรียมเปิด โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย และ Moxy Pattaya The Aquatique ภายใต้ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์ระดับโลก อาทิ ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา “Kung Fu Panda” ใจกลางเยาวราช และ “DreamWorks Water Park” ริมหาดพัทยา รวมถึงความร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัว Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK™ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในปี 2570 นอกจากนี้ AWC ยังเดินหน้าพัฒนาจุดหมายปลายทางแห่งอนาคตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งโครงการ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” และ MONA Bangkok ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับ Museum of Old and New Art (MONA) พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยชื่อดังจากออสเตรเลีย รวมทั้ง AWC Riverside Journey จุดหมายปลายทางลักชัวรี ที่เชื่อมโยง 11 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ของ AWC ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมเสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าระยะยาว
AWC ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building Better Future) ผ่านกรอบ 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity โดยบูรณาการแนวทางด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาสินทรัพย์ และการสร้างจุดหมายปลายทาง เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
แนวทางดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในระดับสากล โดย AWC ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Dow Jones Best-in-Class Index (DJ BIC) กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รวมถึงได้รับคะแนนเต็ม 100% จาก AGM Checklist 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลของ AWC ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
AWC ต่อยอดแพลตฟอร์มการเติบโต ศึกษาจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust – REIT) เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพกับโอกาสการลงทุนระยะยาว
จากความแข็งแกร่งของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และความเชี่ยวชาญในการสร้างและพัฒนาจุดหมายปลายทางของ AWC บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของ AWC โดยเชื่อมโยงความสามารถในการพัฒนาและสร้างมูลค่าให้แก่สินทรัพย์ เข้ากับโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงานและมีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ภายใต้แนวทางดังกล่าว AWC จะยังคงมุ่งสร้าง พัฒนา และขยายพอร์ตโครงการและจุดหมายปลายทางในทำเลสำคัญทั่วประเทศไทย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก มา สร้างมูลค่าให้แก่สินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กอง REIT ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมการจัดตั้ง จะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงานและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าถึงพอร์ตอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลของไทย
การเชื่อมโยงทั้งสองแพลตฟอร์มจะช่วยสนับสนุนวงจรการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าที่เกิดขึ้นจากสินทรัพย์สามารถเสริมศักยภาพของ AWC ในการพัฒนาโครงการและจุดหมายปลายทางใหม่ ขณะเดียวกันกอง REIT จะมีโอกาสเติบโตจากพอร์ตสินทรัพย์ที่ AWC พัฒนาในอนาคต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและประสิทธิภาพของโครงสร้างเงินทุนของ AWC ควบคู่กับการเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุน และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจัดตั้ง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด เพื่อเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ และอนุมัติในหลักการให้บริษัทดำเนินการศึกษาและเตรียมการเกี่ยวกับการจัดตั้งกอง REIT เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างการดำเนินงานและการกำกับดูแลสำหรับแพลตฟอร์มดังกล่าว
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทรัพย์สินที่จะจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์ฯ โดยหากการจัดตั้งกองทรัสต์ฯ ดำเนินไปตามแผน คาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่จะจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์ฯ ในเบื้องต้นจะอยู่ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท คิดเป็นขนาดรายการไม่เกินร้อยละ 25 ของสินทรัพย์รวมตามงบการเงินไตรมาสที่ 2/2569 ทั้งนี้ รายละเอียดขึ้นอยู่กับผลการศึกษา รายละเอียดของสินทรัพย์ เงื่อนไขตลาด และการอนุมัติจากหน่วยงานและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon